จาก B2B สู่การเป็น B2B2C การปรับตัวเพื่อเพิ่มโอกาสในการขยายธุรกิจ

ธุรกิจ B2B2C

เพื่อให้ก้าวทันโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา หลายธุรกิจได้มีการปรับตัว  ไม่จำกัดอยู่ที่ B2B หรือ B2C เท่านั้น  จึงเกิดเป็นรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ อย่าง B2B2C (business-to-business-to-consumer) เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคปลายทาง (end-consumer) โดยเฉพาะ

ธุรกิจ B2B2C

ธุรกิจ B2B2C คืออะไร ทำไมจึงเกิดการเปลี่ยนรูปแบบของธุรกิจจาก B2B เป็น B2B2C

ธุรกิจ B2B อย่างผู้ผลิตหรือขายส่งมักอยู่ห่างจากผู้บริโภคปลายทาง เพราะทำธุรกิจกับภาคธุรกิจด้วยกันเท่านั้น ลูกค้าส่วนใหญ่จึงไม่ทราบเลยว่าสินค้าจากการขายของภาคธุรกิจที่เปรียบเหมือนตัวกลางนี้มาจากที่ไหน และในมุมของผู้ผลิต ภาคธุรกิจตัวกลางก็เป็นกลุ่มเดียวที่ได้รับข้อมูลและ Brand Loyalty จากผู้บริโภคปลายทางเช่นกัน

จากแพลตฟอร์ม e-Commerce ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดธุรกิจรูปแบบใหม่ๆ และมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม หนึ่งในนั้นคือ D2C (Direct-to-Consumer) ที่เปลี่ยนกระบวนการขายของธุรกิจ B2B จากทำธุรกิจกับภาคธุรกิจ ให้กลายเป็นขายสินค้าไปยังผู้บริโภคปลายทางได้โดยตรง ไม่ผ่านตัวกลางใดๆ

ธุรกิจ B2B จึงมีอำนาจในการขายสินค้าด้วยตัวเองหรือมี VARs (Value Added Resellers) ที่สามารถขายสินค้าของตัวเองให้มีมูลค่ามากขึ้น ข้อดีคือ ธุรกิจสามารถขยายตลาดและเข้าถึงฐานลูกค้าใหม่ๆ ได้ง่าย ต้นทุนลดลงและมียอดขายเพิ่มขึ้น

แต่เมื่อไม่มีคนกลางนั่นหมายความว่า ธุรกิจต้องรับผิดชอบกระบวนการทั้งหมด ทั้งการทำการตลาด การจัดจำหน่าย Fulfillment และการส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้า นอกจากนี้ การจัดจำหน่ายจะดำเนินการผ่านช่องทางของธุรกิจเอง เช่น เว็บไซต์ e-Commerce ร้านค้าปลีก หรือแพลตฟอร์ม Social Media

จะเห็นว่าแม้รูปแบบ D2C จะมีข้อดี แต่ไม่ใช่ทุกธุรกิจที่เป็น B2B จะสามารถขยายธุรกิจและฐานลูกค้าได้อย่างรวดเร็วโดยไม่กระทบกับด้านบริการและประสิทธิภาพการขายโดยรวม เพราะต้องทำงานหลายอย่างพร้อมกัน ไม่สามารถโฟกัสไปที่สินค้าเพียงอย่างเดียวได้อีกต่อไป

ดังนั้น แทนที่จะพยายามทำทุกอย่างด้วยตัวเอง บริษัท B2B หลายแห่งจึงเลือกที่จะเข้าสู่เส้นทาง “B2B2C” เพื่อเพิ่มโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจ

B2B2C จึงเป็นการรวมรูปแบบ ธุรกิจกับธุรกิจ (B2B) และ ธุรกิจกับผู้บริโภค (B2C) เพื่อให้ผู้ผลิตหรือขายส่งเข้าถึงผู้บริโภคปลายทางได้โดยตรงแบบไม่ผ่านตัวกลาง แต่จะอยู่ในรูปแบบการเป็นพาร์ทเนอร์กับธุรกิจ B2B ที่มีเป้าหมายเป็นผู้บริโภคกลุ่มเดียวกันและให้คุณค่าที่แต่ละธุรกิจไม่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง เพื่อให้เกิดการขยายฐานลูกค้าให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น

โอกาสในการขยายธุรกิจ

ประโยชน์ของธุรกิจรูปแบบ B2B2C ที่มากกว่าการเป็น B2B

ตัวขับเคลื่อนหลักที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนี้คือการเพิ่มขึ้นของ e-Commerce ที่ทำให้ธุรกิจมีโอกาสเข้าถึงลูกค้าได้ตลอดเวลา ธุรกิจ B2B จึงมีทางเลือกมากขึ้น สามารถขายตรงไปยังผู้บริโภคปลายทางได้ เพิ่มทั้งประสิทธิภาพและอัตรากำไร หลายบริษัทจึงยอมรับและทำการเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจจาก B2B เป็น B2B2C

สร้างความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค

e-Commerce จะช่วยกระชับความสัมพันธ์ของของแบรนด์กับลูกค้า ผู้ผลิตจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับความสนใจและความชอบของผู้บริโภคปลายทาง ส่งผลให้มีความไวในการตอบสนองต่อรสนิยมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งนี้ ทำให้ธุรกิจสามารถพัฒนาโซลูชันเพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับผู้บริโภคได้

เพิ่มรายได้ให้กับธุรกิจ และลดค่าใช้จ่าย

รูปแบบธุรกิจ B2B2C สร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้นให้กับทุกฝ่ายจากการให้บริการตามเป้าหมายที่วางไว้ร่วมกัน นอกจากได้ขยายฐานลูกค้าจนมียอดขายเพิ่มขึ้นแล้ว ยังช่วยลด Overhead Cost ซึ่งเป็นต้นทุนแฝงที่เกิดจากการผลิตสินค้าและบริการ ธุรกิจจะต้องปรับให้ค่าโสหุ้ยน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนด้าน Logistics หรือค่าธรรมเนียมการชำระเงิน ซึ่งธุรกิจในรูปแบบ B2B2C ช่วยลดต้นทุนเหล่านี้ได้จากการมีพาร์ทเนอร์ในด้านนั้นๆ

จัดการ Supply Chain ได้อย่างเต็มที่

ความคาดหวังของลูกค้าส่วนใหญ่คือการได้รับสินค้าโดยเร็วที่สุด แต่ขณะเป็น B2B ธุรกิจคาดการณ์สิ่งเหล่านี้ได้ยากเพราะมีข้อมูลของผู้บริโภคปลายทางไม่มากพอ จนไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้ทันท่วงที แต่ธุรกิจแบบ B2B2C จะทำให้การจัดการ Supply Chain มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะได้เลือกและจัดการทุกอย่างเอง ทั้งการจัดหาวัตถุดิบ บริหารการผลิต การจัดเก็บสินค้า กระบวนการรับคำสั่งซื้อและจัดส่งจนถึงมือลูกค้า

เอสซีจี โลจิสติกส์มุ่งตอบโจทย์ลูกค้า พร้อมขยายสู่ตลาด B2B2C แบบเต็มตัว ชูจุดต่างด้วย Logistics Solution ที่เป็นมากกว่าแค่การขนส่ง

อ่านเพิ่มเติม : SCG LOGISTICS ผนึกกำลัง SCG EXPRESS ขยายตลาด B2B2C

การปรับตัวธุรกิจ

เริ่มต้นธุรกิจ B2B2C ได้อย่างไร

1. การสร้างแบรนด์

ธุรกิจ B2B2C ที่ประสบความสำเร็จมักมีการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง ต้องมีการกำหนดมาตรฐานของแบรนด์และทำให้มาตรฐานเหล่านี้คงอยู่ตลอดเวลา เริ่มจากการออกแบบแพลตฟอร์มสำหรับซื้อขาย การโต้ตอบกับผู้คนบนโซเชียลมีเดีย CI ของแบรนด์ที่มีความชัดเจนและสม่ำเสมอในทุกช่องทาง ไปจนถึงรูปแบบการแพ็กบรรจุและจัดส่งสินค้า

2. ใช้แพลตฟอร์ม e-Commerce ที่เหมาะสม

เนื่องจากไม่มีธุรกิจที่เป็นตัวกลางในการซื้อขายเหมือน B2B ธุรกิจจึงต้องมีแพลตฟอร์ม e-Commerce ที่ผู้บริโภคสามารถดูสินค้าและสั่งซื้อได้สะดวก ควรเลือกแพลตฟอร์ม e-Commerce ที่สามารถจัดการสินค้าคงคลังและคำสั่งซื้อได้จากหลากหลายช่องทางและมีความยืดหยุ่นในการออกแบบและปรับให้เหมาะสมกับธุรกิจได้

3. ร่วมมือกับ Partner สร้างระบบนิเวศทางธุรกิจ

การร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจที่ตอบโจทย์การดำเนินงานของบริษัทเพื่อให้เกิดกระบวนการทำงานที่ทุกฝ่ายจะได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน มีการแบ่งปันข้อมูลลูกค้าและข้อมูลการตลาด เช่น ธุรกิจ e-Commerce ร่วมมือกับธุรกิจ Logistics เพื่อยกระดับการขนส่งสินค้าให้เป็นที่พึงพอใจต่อผู้บริโภคปลายทาง การที่ธุรกิจ e-Commerce B2B เปลี่ยนมาขายสินค้าในแพลตฟอร์มรวมทั้งจัดการด้านโลจิสติกส์ด้วยตัวเองยังมีอุปสรรคอีกมาก โดยเฉพาะเรื่องความเชี่ยวขาญและต้นทุนที่สูง ด้วยปัญหาเหล่านี้ SCG Logistics จึงได้พัฒนา B2B2C Logistics Solution ขึ้นมา เพื่อเป็นเป็นพาร์ทเนอร์ด้านโลจิสติกส์ให้กับธุรกิจ e-Commerce ช่วยลดต้นทุนและสร้างคุณค่าจากการมอบประสบการณ์ที่ดีในด้านการขนส่งให้กับผู้บริโภค พร้อมส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์

  • จัดส่งสินค้าถึงปลายทาง ด้วยบริการ Last-mile Delivery ที่มีประสิทธิภาพ รวดเร็วและคุ้มค่า

เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการรักษา Brand Loyalty และความพึงพอใจของลูกค้า หากลูกค้าไม่ได้รับสินค้าเร็วตามความคาดหวัง มักตามมาด้วยการมองหาสินค้าของแบรนด์อื่นที่มีตัวเลือกการจัดส่งที่ดีกว่า

  • บริการรับสินค้าส่งคืนและส่งกลับ (Return Delivery Service)

การรับคืนสินค้าหลังจากคำสั่งซื้อได้ส่งมอบไปยังปลายทางแล้ว ซึ่งการคืนสินค้าอาจเกิดจากการชำรุด การยกเลิก หรือการร้องเรียน ตามเงื่อนไขบริการของแต่ละธุรกิจ

  • บริการเสริมพิเศษ เช่น การจัดส่งพร้อมประกอบติดตั้ง (White Gloves Service)

เป็นบริการขนส่งที่เหนือกว่ามาตรฐานการส่งสินค้าทั่วไป เพราะ White Gloves Service ได้รับการฝึกอบรมจนเชี่ยวชาญเพื่อประกอบและติดตั้งสินค้า หรือบริการเสริมอื่นๆ ที่ไม่ได้จบแค่การจัดส่งพัสดุหน้าประตูเท่านั้น

  • Logistics Control Tower

ระบบติดตามและควบคุมทุกกระบวนการทำงาน พร้อมข้อมูลแบบ Real Time เพื่อนำมาจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้าปลายทาง ช่วยให้พาร์ทเนอร์นำไปใช้ในการพัฒนาสินค้าได้

คลิก เพื่อสอบถามรายละเอียดบริการ หรือติดต่อเจ้าหน้าได้ที่เบอร์ 02-586-6777 ช่องทางไลน์ LINE : @SCGL

ธุรกิจ B2B2C

ธุรกิจ e-Commerce มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง B2B2C Logistics Solution จาก SCG Logistics จึงไม่ได้มีเพียงบริการขนส่งเท่านั้น แต่ยังมีบริการโลจิสติกส์แบบครบวงจร รวมไปถึงบริการ Fulfillment ที่ให้บริการด้านการจัดเก็บสินค้า การแพ็คสินค้าและการขนส่งสินค้า เพื่อแก้ปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดจากการทำ e-Commerce

บทสรุป ประสบการณ์ของลูกค้าสำคัญกว่าทุกสิ่ง

การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคส่งผลต่อรูปแบบและกลยุทธ์ของธุรกิจ กลายเป็นตัวกำหนดว่าบริษัทต่างๆ ควรแข่งขันกันอย่างไรเพื่อให้ยืนหยัดอยู่ในตลาดต่อไปได้ ธุรกิจ B2B2C จึงเป็นการร่วมมือกันของธุรกิจ ตั้งเป้าหมายมุ่งเน้นไปที่การมอบประสบการณ์ที่ดีและพิเศษให้กับผู้บริโภค ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการลงทุนในกลยุทธ์ระบบการจัดส่งสินค้า การวางแผนจัดส่งสินค้าให้เร็วตรงตามความคาดหวัง เพื่อให้ทันกับการแข่งขันในตลาด e-Commerce ที่กำลังเติบโต

อ้างอิงบทความจาก : SCGLogistics, bigcommerce.com

Share this post