Supply Chain Disruptions และ วิธีการรับมือเบื้องต้น

Supply Chain นั้นเป็นกระบวนการที่เปรียบเสมือนเครื่องจักรที่ได้ต้องรับการดูแลรักษาอย่างดี เพราะเป็นระบบที่ซับซ้อน ดังนั้นถ้า Flow ระหว่างโรงงาน ซัพพลายเออร์ ร้านค้า และ ลูกค้าปลายทาง ถูก Disrupt ไม่ว่าจะเป็น COVID-19 ภัยธรรมชาติ การนัดหยุดงาน หรือ การโจมตีทางไซเบอร์ การคาดการณ์การชะลอตัวของ Supply Chain และ แผนรับมือ จึงเป็นเรื่องที่ควรทำไว้อย่างมาก เพราะจะช่วยบรรเทาผลกระทบที่เกิดจากการถูก Disrupt ซึ่งความเสี่ยงที่เกิดจาก Supply Chain Disruptions นั้นเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างมาก ถึงขั้นมีทฤษฎีมากมายที่เกี่ยวกับ  supply chain risk management โดยในบทความนี้ จะช่วยให้คุณเข้าใจประเภทของ Disruptions และ การรับมือเบื้องต้น

5 Supply Chain Disruptions

Supply Chain Disruption คือ สถานการณ์ที่เป็นอุปสรรคในการไหลของสินค้า ระหว่างโรงงานผลิต Suppliers ร้านค้า และ ลูกค้าปลายทาง ซึ่งมีอยู่หลัก ๆ 5 ประเภท

1. ภัยพิบัติทางธรรมชาติ

natural disaster destroy forest and logistics system

เมื่อเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ ทั้งน้ำท่วม ไฟป่า พายุ แผ่นดินไหว หรือแม้แต่ภัยพิบัติทางธรรมชาติเล็ก ๆ สามารถส่งผลกระทบอย่างมากต่อการขนส่งทางอากาศ ทางเรือ และ ทางบก โดยอาจส่งกระทบยาวนานหลายสัปดาห์

จากข้อมูลของ FEMA 60% ของธุรกิจทีได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ ไม่สามารถกลับมาเปิดได้อีกครั้ง ลองนึกภาพว่า Supplier ของเราเป็น 1 ในธุรกิจเหล่านี้ เราจะรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างไร ยกตัวอย่างเช่น กรณีน้ำท่วมในประเทศไทย ปี 2554 นั่นส่งผลกระทบอย่างมากต่อการทำธุรกิจ รวมถึงการขนส่งสินค้า

เราไม่มีทางรู้เลยว่าจะเกิดภัยพิบัติในลักษณะนี้อีกเมื่อไหร่ วิธีการแก้ปัญหา คือ การขยายเครือข่าย Supplier และ โลจิสติกส์ เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยง ไม่ให้แหล่งทรัพยากรของเรากระจุกตัวอยู่ที่จุด ๆ เดียว โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีประวัติ และ โอกาสเกิดภัยพิบัติได้มากกว่าปกติ ลองเปรียบเทียบว่า คุณเลือกใช้ Supplier อยู่เจ้าเดียว แล้วจู่ ๆ เกิดภัยพิบัติขึ้น Supplier เจ้านั้นต้องปิดตัวลง ธุรกิจคุณจะได้รับผลกระทบอย่างสาหัส ฉะนั้นการมี Supplier สำรองไว้จึงเป็นการลดความเสี่ยง และ ที่สำคัญยังได้ประโยชน์ทางด้านราคาอีกด้วย

2. ความไม่มั่นคงทางการเมือง

people protest for political issues

สภาพทางการเมิอฝง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการขนส่งสินค้า เมื่อประเทศกำลังประสบปัญหาความขัดแย้งภายใน อาจส่งผลต่อ Supply Chain ได้ การเมืองที่ผันผวนนำไปสู่การตัดสินใจเชิงนโยบายที่อาจเพิ่มต้นทุนในการทำธุรกิจของผู้ส่งสินค้า อาจเกิดการห้ามส่งออก หรือ นำเข้าสินค้าได้

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด และ คิดว่าทุกคนคงทราบมาบ้าง ก็คือ สงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และ จีน จากข้อมูลของสถาบัน Cato ระบุว่า บริษัทกว่า 200 แห่งในสหรัฐฯ ได้รับผลกระทบจากภาษีศุลกากรของทรัมป์ที่เรียกเก็บจากการนำเข้าสินค้าจีนในปี 2560 วิธีการแก้ปัญหา คือ หาข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองของเครือข่ายซัพพลายเชนของคุณ และพยายามหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่ประสบปัญหาความไม่สงบอย่สงต่อเนื่อง หรือมีนโยบายที่ขัดแย้งกับประเทศของคุณ (อาจกีดกันคุณได้) ตัวอย่างเคสสหรัฐฯ และ จีน ทำให้เราเรียนรู้ข้อนึงเลยว่า ควรทำธุรกิจกับประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการเมืองที่ดี และ มั่นคง

3. ความผิดพลาดทางการขนส่ง

หลายสิ่งเกิดขึ้นมากมายระหว่าง จากคลังสินค้าของซัพพลายเออร์ ไปจนถึง บ้านของลูกค้า เช่น สภาพอากาศที่รุนแรง การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ และการเสียหายของเครื่องจักร เป็นอุปสรรคต่อการขนส่งสินค้าของคุณ สิ่งสำคัญคือ ต้องทำงานร่วมกับพันธมิตรด้านโลจิสติกส์ที่เชื่อถือได้ มีระบบที่ยืดหยุ่นได้ มิฉะนั้นคุณอาจต้องจ่ายราคาสำหรับความล่าช้าที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของคุณ

วิธีการแก้ปัญหา คือ การร่วมมือกับผู้ให้บริการขนส่งที่เชื่อถือได้ มีระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัย สามารถให้บริการได้แบบ end-to-end มีความคล่องตัว เพราะนอกจากการทำงานที่ราบรื่นแล้ว เวลาเกิดปัญหาอะไรขึ้น คุณจะได้รับการแก้ไขที่รวดเร็ว

ในฐานะที่ SCG Logistics ให้บริการโลจิสติกส์กว่า 20 ปี เรามีประสบการณ์ และ ความเชี่ยวชาญในการให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจร การันตีคุณภาพด้วยมาตรฐานระดับโลกอย่าง The Deming Prize 2013 และ The Deming Grand Prize 2017 เราพร้อมขับเคลื่อน และ ส่งมอบความสำเร็จมาสู่ธุรกิจของคุณ คลิก !

4. อาชญากรรมทางไซเบอร์

supply chain hacker wareing undetectable hoodie

เทคโนโลยีที่ก่อนหน้านี้เข้ามา Disrupt กระบวนการ Supply Chain อย่างระบบ Automation ในปัจจุบันนั้นสามารถสร้างความคล่องให้กับ Supply Chain และ โลจิสติกส์อย่างมาก ยิ่งมีข้อมูลอยู่ในระบบมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น แต่ในขณะเดียวกัน ก็จะตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมทางไซเบอร์มากขึ้น

จากรายงานของ Supply Chain Insights การโจมตีทางคอมพิวเตอร์และอาชญากรรมทางไซเบอร์คิดเป็นส่วนใหญ่ (52%) ของเหตุการณ์ที่ส่งผลต่อ Supply Chain ของโลก ยกตัวอย่างเช่น ผู้ให้บริการขนระดับโลกรายหนึ่ง ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตี Ransomware ในปี 2017 ระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัท ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ส่งผลให้การดำเนินการจัดส่งหยุดชะงัก และ เกิดความสูญเสียทางการเงินมากถึง 300 ล้านดอลลาร์

มีการคาดการณ์ว่า การโจมตีทางไซเบอร์จะมีความถี่เพิ่มขึ้น เนื่องจากจากข้อมูลที่มีค่ามากมายภายในแพลตฟอร์มการขนส่ง เช่น ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า

วิธีการแก้ปัญหา คือ หมั่นตรวจสอบความปลอดภัยของระบบ supply chain และ ใช้แนวปฏิบัติ best practice การป้องกันอาชญากรรมทางไซเบอร์ และในขณะเดียวกัน พยายามมองหาช่องโหว่ทางความปลอดภัยทางไซเบอร์ทั้งภายในและภายนอกธุรกิจของคุณ

มองหาคู่ธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยทางไซเบอร์ และ มีการป้องกันอาชญากรรมทางไซเบอร์ที่ได้มาตรฐาน อีกทางก็คือต้องสื่อสารให้พนักงานในองค์กรทราบ และ ให้ความสำคัญเกี่ยวกับความปลอดภัยทางไซเบอร์ เพื่อโอกาสการการถูกแฮ็กข้อมูล การละเมิดรหัส มัลแวร์ และ อาชญากรรมทางไซเบอร์ในรูปแบบอื่น ๆ เช่น การไม่กดลิงค์ email น่าสงสัย หรือ การล็อคคอมพิวเตอร์ไว้ทุกครั้งที่ไม่อยู่หน้าจอ เป็นต้น

5. ความผันผวนของอุปสงค์ และ อุปทาน

ความผันผวนของอุปสงค์ และ อุปทาน สามารถส่งผลเสียต่อ supply chain ได้ ยกตัวอย่างเช่นช่วง Covid-19 นี้ ความต้องการสินค้าทางออนไลน์พุ่งสูงขึ้น อาจนำไปสู่การขึ้นราคาค่าขนส่งได้  หรือแม้แต่ท่าเรือแน่น ตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลน ต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มขึ้น แต่ในขณะเดียวกันระยะเวลาในการขนส่งกลับช้าลง

วิธีการแก้ปัญหา คือ ต้องติดตามและตอบสนองต่อเทรนด์ของตลาด ดูข้อมูลในอดีตเพื่อทำความเข้าใจวงจรราคาในการขนส่งและโลจิสติกส์ จากนั้นคาดการณ์ความเป็นไปได้ในอนาคต สิ่งนี้ช่วยให้คุณรู้ว่า เมื่อใดควรซื้อสินค้า ควรสต้อกสินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น ซื้อสินค้าช่วงไหนได้ราคาดีที่สุด

อ้างอิงรูปภาพ และ บทความจาก : fema.gov, cato.org, freepik.com

Share this post