Startup ธุรกิจแนวใหม่ … กับโลจิสติกส์ในอนาคต

Startup Startup !! ทุกวันนี้มีแต่คนพูดถึงการทำธุรกิจใหม่ของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ทีมีแนวคิดสร้างสรร/แตกต่าง แต่สามารถนำไปดำเนินธุรกิจได้จริง (กล้าคิด กล้าทำ) ในขณะที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเป็นปัจจัยส่งเสริมความสำเร็จในการทำธุรกิจดังกล่าว

 

ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับธุรกิจแบบนี้กันก่อน  “Startup” คือธุรกิจเปิดใหม่ที่วางแผนดำเนินธุรกิจเพื่อเติบโตแบบก้าวกระโดด ที่เริ่มต้นจากกลุ่มคนไม่กี่คนโดยมีการหาแหล่งเงินลงทุนเพื่อการดำเนินธุรกิจจากนักลงทุนซึ่งจะได้ประโยชน์จากผลประกอบการของธุรกิจนั้น โดยนักลงทุนมี 2 ประเภท ประเภทแรกคือ “Venture Capital” หรือ “VC” เป็นนักลงทุนแบบร่วมลงทุนเสมือนเป็นหุ้นส่วนของบริษัท มีการลงทุนระยะยาว 3-5ปี มักเป็นนักลงทุนในรูปขององค์กร ซึ่งจะมีมูลค่าการลงทุนที่สูง และให้คำปรึกษาและชี้แนวทางในด้านต่างๆด้วย  และอีกประเภทหนึ่งคือ “Angel Investor”  มักเป็นนักลงทุนอิสระ/เป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัว ที่ใช้เงินส่วนตัวในการลงทุน ปริมาณเงินลงทุนจึงน้อยกว่านักลงทุนแบบ VC  ซึ่งจะเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารธุรกิจที่แตกต่างกันไป  ซึ่งคำว่า Startup มีที่มาจาก “Silicon Valley” ในสหรัฐอเมริกา ที่ซึ่งเป็นแหล่งรวมตัวของบริษัทไอทีชั้นนำตลอดจนธุรกิจใหม่ๆ ซึ่งที่นั่นมีผู้ที่สนใจลงทุนในธุรกิจมากมาย เช่น Facebook, Instagram เป็นต้น

ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ผู้ซึ่งมีสัญชาตญาณในการทำธุรกิจในสายเลือดและมีไอเดียสร้างสรรต่างมองหาแนวทางในการก่อร้างสร้างธุรกิจด้วยตนเอง  10 เทคนิคต่อไปนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นให้กับพวกเขาเหล่านั้น ให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างดี

ขั้นตอนที่ 1 สร้างสรรไอเดียแปลกใหม่ (Perfect your idea) โดยถามตัวเองว่า สินค้า/บริการของเราแตกต่างจากคนอื่นหรือไม่? ถ้าไม่ แล้วจะแตกต่างได้อย่างไร? ขั้นตอนที่ 2 ใส่ “ใจ” ในสิ่งที่ทำ ต้องมั่นใจว่า ธุรกิจที่จะทำเป็นสิ่งที่เรารัก/อยากทำจริงๆ ขั้นตอนที่ 3 ประเมิณคู่แข่งที่ทำธุรกิจเหมือน/ใกล้เคียง ตลอดจนทดแทนเราได้ เพื่อมั่นใจในจุดที่เราแตกต่างที่จะขายจริงๆ ขั้นตอนที่ 4 กำหนดแผนธุรกิจที่ชัดเจน ตั้งแต่กำหนดพันธกิจ  วิเคราะห์ตลาด และกำหนดกลยุทธ์การขาย ขั้นตอนที่ 5 จัดหาแหล่งเงินทุน โดยจะต้องมั่นใจว่าสามารถตอบคำถามหลักๆของนักลงทุนได้ ไม่ว่าจะเป็นวัตถุประสงค์ทางธุรกิจที่ชัดเจน และตลาดเป้าหมายมีขนาดใหญ่เพียงพอ ขั้นตอนที่ 6 สร้างแบรนด์ของตัวเอง สื่อสารแบรนด์ของเราให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย โดยกล่าวย้ำถึงสิ่งที่แตกต่าง/benefit/จุดที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ ที่จะทำให้เกิดการตัดสินใจที่จะเลือกเรามากกว่าคู่แข่งขั้นตอนที่ 7 สร้างธุรกิจให้มีตัวตนในโลกดิจิตอล ถึงแม้ว่าธุรกิจที่เราต้องการจะทำเป็นเพียงร้านค้าที่มีหน้าร้านเหมือนทั่วๆไป แต่การมีตัวตนใน Social Media เช่น Website ฯลฯ เป็นสิ่งสำคัญในยุคปัจจุบัน เพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว และส่วนมากจะค้นหาข้อมูลที่ตนต้องการจากโลกดิจิตอลมากขึ้น ขั้นตอนที่ 8 กำหนดจุดที่จะ “cut loss” หรือ จุดที่จะเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งที่ดีกว่า ขั้นตอนที่ 9 เมื่อมีไอเดีย ให้ดำเนินการตามแผนงาน เดินหน้าอย่างเดียว และหากถ้าแผนไม่สำเร็จคุณก็แค่เสียหน้าแต่อย่างน้อยคุณก็ได้พยายามแล้ว และจงเชื่อมั่นว่าความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั้น และขั้นตอนสุดท้าย กำหนดแผนงานและเป้าหมายที่ต้องการ พัฒนาการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับการกระตุ้น/ให้กำลังใจทีมงานที่เกี่ยวข้อง และหลังจากนั้นรอฉลองความสำเร็จได้เลย

 

แต่การทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จส่วนหนึ่งย่อมมาจากการบริหารจัดการ Supply chain ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ได้ดำเนินธุรกิจด้วยโมเดลทางธุรกิจแบบ“Business to Business-B2B” ซึ่งเป็นธุรกรรมการค้าระหว่างองค์กรกับองค์กร แต่ต่อมา เมื่อธุรกิจทั้ง SME และ Startup เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้โมเดลทางธุรกิจแบบ “Business to customer-B2C” หรือ “Customer to customer-C2C” มีอัตราที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่ทั้ง SME และ Startup ต่างเผชิญปัญหาเดียวกัน คือ ขาดศักยภาพและเงินทุนในการสร้างและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางด้านโลจิสติกส์ของตนเอง ไม่ว่าจะเป็น คลังสินค้า (ทั้งสถานที่และกระบวนการบริหารจัดการ) รถขนส่ง ตลอดจนแรงงานขนถ่ายสินค้า ฯลฯ 

จึงทำให้เกิดช่องว่างทางธุรกิจและนั่นเป็นโอกาสสำหรับผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์และทำให้เกิดโมเดลทางธุรกิจแบบใหม่ คือ “Online Marketplace” ซึ่งเป็นเสมือนตลาดออนไลน์ที่รวมสินค้าจากหลากหลายผู้ผลิต เข้ามาวางขายสินค้าบนแพลตฟอร์มของผู้ให้บริการ online marketplace นั้น (แพลตฟอร์มบน Website/ mobile application) เมื่อผู้ซื้อเข้ามาเลือกชมสินค้าและตัดสินใจซื้อ ผู้ให้บริการ online marketplace จะดำเนินการตั้งแต่สั่งซื้อสินค้าจากผู้ผลิตและจัดส่งสินค้าดังกล่าวไปยังลูกค้าปลายทางแบบเบ็ดเสร็จ ซึ่งผู้ให้บริการ online marketplace สามารถเป็นได้ทั้งผู้ให้บริการเฉพาะแพลตฟอร์มของธุรกรรม หรือเป็นเสมือน “Fulfillment Center” ที่บริหารจัดการคลังสินค้าและรวมถึงการกระจายสินค้าให้กับผู้ผลิตทั้งหมดทีใช้แพลตฟอร์มของตน ทำให้ผู้ผลิตสามารถที่จะ focus ที่ “core business” ซึ่งก็คือการผลิตสินค้า โดยไม่ต้องกังวลกับการจัดเก็บสินค้า (ทั้งในเรื่องพื้นที่ในการจัดเก็บและปริมาณสินค้าคงคลัง) และยังทำให้ต้นทุนของสินค้าลดลงจาก inventory cost ที่ไม่ต้องแบกรับภาระอีกต่อไป

ปัจจุบันมีผู้ให้บริการ online marketplace เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งมีทั้งที่เป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเท่านั้น (Platform Provider) อย่าง  lazada, zalora, rakuten เป็นต้น ซึ่งมีคู่ธุรกิจ (Third party) เป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์ซึ่งจะบริหารคลังสินค้าและจัดส่งสินค้าไปยังลูกค้าปลายทางให้อีกทอดหนึ่ง กับแบบที่เป็นทั้งผู้ให้บริการแพลตฟอร์มและเป็นผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์แบบเบ็ดเสร็จ นั่นก็คือ สั่งซื้อสินค้ารวมขนส่งด้วยรถขนส่งของตนเองด้วย  อย่างไรก็ดี ธุรกิจ Startup ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเริ่มแต่ก็ไม่ยากเกินไปที่ผู้ประกอบการรุ่นใหม่จะเริ่มทำความเข้าใจ ศึกษาออกแบบสร้างสรรไอเดียให้เกิดขึ้น และต้องไม่ลืมที่จะวางแผนโมเดลทางธุรกิจอย่างระมัดระวัง ไม่ว่าจะตัดสินใจที่จะใช้บริการ online marketplace แล้วทำการจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้าเอง หรือทำการ “outsource” งานที่ไม่ถนัดอย่างงานบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ให้กับ third party ที่มีศักยภาพมากกว่า เพื่อให้เกิดต้นทุนสินค้าที่เหมาะสมและส่งเสริมความสามารถทางการแข่งขันในตลาดออนไลน์อย่างทุกวันนี้ได้อย่างเข้มแข็งและก้าวกระโดด

 

เรียบเรียงโดย  BLOG.SCGLogistics
อ้างอิงและรูปภาพจาก  advice.co.th, designil.com, entrepreneur.com, pixabay.com (account : Startup, StartupStockPhotos) , techtimes.com, banmilleronbusiness.com
 
Share this post