“ Start with WHY ? ” นำมาซึ่งความสำเร็จอย่างยั่งยืนขององค์กรจริงหรือ?

วันนี้ขอพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ ความสำเร็จอย่างยั่งยืนขององค์กรที่ขับเคลื่อนด้วย
“ Purpose ”  ผ่านบทความจาก UK weekly – blockdit.com หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านทุกท่านครับ

Business Puspose

ผมเชื่อว่าหลายท่านคงจะคุ้นเคยกับคำว่า “Vision” หรือ “วิสัยทัศน์” ขององค์กรกันมาบ้างพอสมควร แต่สำหรับปัจจุบันนี้นั้นองค์กรที่จะประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนได้นั้นต้องมี “Purpose” ที่ชัดเจนด้วย อย่างที่ผมเคยเขียนไว้ในบทความคุณสมบัติของคนพันธุ์ A: A ตัวที่ 3 Articulate your thought effectively หรือ ความสามารถในการสื่อสาร สรุปใจความสำคัญได้ว่า การที่เราเริ่มต้นทำอะไรสักอย่างก็ตาม หากเราเริ่มต้นด้วย WHY? – WHAT? – HOW? ผลลัพธ์ที่ได้จะออกมาเป็น Situation – Problem – Solution เสมอ พูดง่าย ๆ ก็คือ “Start with Why?” จะนำไปสู่การมี “Purpose” ที่ดีและ ยั่งยืนต่อองค์กรครับ

Purpose” คืออะไร?  

เพราะโลกในปัจจุบันมีความผันผวนของเศรษฐกิจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เทคโนโลยีที่พร้อมเข้ามา Disruption ทุกนาที ประกอบกับการแข่งขันทางธุรกิจที่ส่งผลให้ลูกค้ามีทางเลือกมากมาย โอกาสในการที่จะเป็นแบรนด์หนึ่งเดียวในใจของผู้บริโภคอย่างยาวนานนั้นจึงลดน้อยลงไปด้วย การเติบโตขององค์กรจึงไม่ได้วัดกันที่กำไรจากผลประกอบการดำเนินธุรกิจเพียงเท่านั้น แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่าตัวเลขเหล่านั้นคือ  “Purpose” ขององค์กร หรือ เป้าหมายที่ชัดเจนมากกว่า ว่าองค์กรจะสร้างประโยชน์ให้กับลูกค้า สังคม ประเทศ และโลก อย่างไร? ซึ่ง “Purpose” จะเป็นตัวขับเคลื่อนองค์กรให้เดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคง ยั่งยืน และ ทำให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในใจของผู้บริโภคได้ยาวนานมากขึ้น

            ผมเลยอยากใช้โอกาสนี้ในการขยายความหมายของหัวข้อในวันนี้ ทำไม “Purpose” ถึงสำคัญกับธุกิจในโลกยุคใหม่? ด้วยการหยิบซีรีย์เกาหลีที่กำลังโด่งดังในขณะนี้นั่นก็คือ ซีรีย์เรื่อง STARTUP ซึ่งน่าจะทำให้ทุกท่านภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

STARTUP เป็นเรื่องราวชีวิตของคนวัยหนุ่มสาวที่ก้าวเดินจากจุดเริ่มต้น (Start) จนเติบโต (Up) ในธุรกิจสตาร์ทอัพ ด้วยความใฝ่ฝันที่อยากประสบความสำเร็จ เป็นที่ยอมรับของเกาหลีใต้ โดยมี 1 ตอนของซีรีย์ที่ผมประทับใจและคิดว่ามันเชื่อมโยงกับเรื่องที่ผมอยากเล่าในวันนี้ครับ นั่นคือ ในเนื้อเรื่องพูดถึง 2 บริษัท ที่ดำเนินธุรกิจด้วย Purpose” ที่ต่างกัน

1) ธุรกิจที่ตอบโจทย์ Pain Point ของลูกค้า (ในเรื่องคือผู้พิการทางสายตา) โดยนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์

    สูงสุด ซึ่งไม่ได้ทำกำไร หรือ ทำเงินให้กับองค์กรเท่าที่ควร แต่สามารถเข้าไปอยู่ในใจของลูกค้าเต็มๆ

2) ธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาลดบทบาทหน้าที่ของพนักงาน (ในเรื่องคือพนักงานรักษาความปลอดภัย) ซึ่งทำกำไร

    ให้กับองค์กรได้ดี แต่ในอีกแง่มุม คือ พนักงานถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี ทำให้เกิดปัญหาการว่างงานตามมา

โดยสัญญะจากการชมซีรีย์เรื่องนี้ในมุมมองของผมก็คือ ธุรกิจแรกซึ่งถูกขับเคลื่อนด้วย Purpose” ขององค์กรที่พร้อมสร้างคุณค่าให้กับลูกค้า สังคม ประเทศ และ โลก จะมีโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืนมากกว่าแน่นอน

สัญญะดังกล่าวที่ผมได้จากการชมซีรีย์เรื่องนี้ถ้านำมาเชื่อมโยงกับในโลกของความจริงนั้น ก็สอดคล้องกับการทำงานในชีวิตของผมนะครับ ผมเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจที่มีชื่อว่า “Carelicious” แพลทฟอร์มอาหารออนไลน์ คัดสรรอาหารอร่อยจากทั่วไทย เพื่อส่งถึงมือลูกค้า เราตั้งใจเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมต่อผู้ผลิต (Farm) และ ผู้บริโภค (to Table) ให้มาพบกันได้โดยผ่านการใช้เทคโนโลยีนั่นเอง  กล่าวได้ว่า “Carelicious” เป็นธุรกิจที่เริ่มต้นจาก Purpose ที่ดี และ ถึงแม้ทุกวันนี้เราจะเป็นเพียงแค่ศูนย์กลางเล็ก ๆ แต่ผมมีความเชื่อว่า ศูนย์กลางเล็ก ๆ นี้จะเติบโตต่อไปอย่างยั่งยืนแน่นอนครับ

ขอบคุณซีรีย์ส์ startup ที่จุดประกายไอเดียให้ผมมาแบ่งปันมุมมองที่ดีในวันนี้ ขอบคุณ “Carelicious” (https://www.carelicious.shop/) ที่หล่อเลี้ยงผู้ผลิต ส่งความสุขไปถึงผู้บริโภค และ ขอบคุณ Harvard Business School ที่มี Mission ของสถาบันที่ว่า “We educate leaders who make a difference in the world” ซึ่งหล่อหลอมให้ผมมี Purpose ที่ดีต่อการดำเนินชีวิต การดำเนินธุรกิจ ด้วยวิถีการดำเนินเพื่อให้เติบโตอย่างยั่งยืนตลอดไปครับ

อ้างอิงรูปภาพและบทความจาก : Netflix, scglogistics

Share this post