SKU Management ที่ดี ช่วยให้ e-commerce เติบโตได้

SKU-Management-to-grow-ecommerce-business

SKU Management สามารถช่วยให้ผู้ที่ทำ e-commerce จัดการกับสินค้าคงคลังได้ง่ายขึ้น แต่ก็ต้องอาศัยความรู้ และ ระบบในการบริหารจัดการเช่นกัน วันนี้แอดมินเลยมี Tips ที่จะมาแชร์กับทุกคน ให้จัดการกับ SKU ของตนเองได้ดึขึ้น

หากใครอ่านบทความของ SCG Logistics มาเรื่อย ๆ แอดมินพูดเสมอว่า การทำ e-commerce การจัดการสินค้าคงคลัง เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เราต้องการขยายธุรกิจ ก็จะตามมาด้วยการตลาด การขายสินค้าตามช้องทางต่าง ๆ ซึ่งออเดอร์ที่เข้ามามากขึ้น จำเป็นต้องมีการบริหารจัดการที่ดี แต่จะให้ทำแบบ manual ก็ไม่ไหวอีก แล้วจะทำอย่างไรดี ??

ตรงนี้แหละ ที่เราต้องอาศัย SKU เข้ามา

จำนวน SKU ช่วยให้คุณสร้างการจัดการสินค้าคงคลัง และ การติดตามสินค้าแต่ละชนิดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยลดโอกาสสินค้าขาดสต็อก หรือแม้แต่การลดต้นทุนที่เกิดจากการบริหารจัดการผิดพลาด

การทำงานของ SKU        

SKU ของแต่ละร้าน ไม่เหมือนกัน ฉะนั้นมันจึงไม่มี SKU ที่ one-size-fits-all ทำให้เราต้องเลือก SKU Generator ซึ่งไอเดียคือ การระบุตัวเลข หรือ ตัวอักษรให้กับสินค้าอ้างอิงจาก แบรนด์ หมวดหมู่หลัก หมวดหมู่ย่อย ขนาด สี เป็นต้น ยกตัวอย่างเช่น เสื้อเชิ้ตสีแดง กับ สีฟ้า ของแบรนด์เดียวกัน รุ่นเดียวกัน ไซส์เดียวกัน ก็ควรจะมีเลข SKU ที่เหมือนกันหมดยกเว้น เลขที่สื่อถึงสี

ความสำคัญของ SKU

สำคัญมาก ๆ ต่อคนที่ทำ e-commerce การทำ Fulfillment ที่ใช้สต็อก แพ็ค ส่งสินค้า และ สำคัญต่อการทำคลังสินค้าด้วย SKU ช่วยให้เราสามารถติดตามสินค้าคงคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ รู้ว่าสินค้าไหนต้อง reorder แล้ว สินค้าไหนไม่ move เลย ต้องทำอะไรสักอย่าง เช่นจัดโปร หรือไม่ผลิตเพิ่ม เพราะทำมาแล้วลูกค้าไม่ชอบ ไม่ซื้อ และทำให้เราง่ายต่อการ

  1. ค้นหารายละเอียดเกี่ยวกับสินค้า
  2. หาสินค้าง่ายขึ้น
  3. ทำให้กระบวนการขนส่งระหว่างเรา กับ ผู้ให้บริการขนส่งสมูทขึ้น
  4. ระบุ และ จัดการสินค้าง่ายขึ้น
  5. ช่วยพัฒนากระบวนการตัดสินค้าทางธุรกิจ

7 วิธี SKU management ที่่สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพธุรกิจ e-commerce ของคุณ

e-commerce สามารถจัดการสินค้าคงคลังและดำเนินการตามคำสั่งซื้อได้ง่ายขึ้นเมื่อมีระบบที่ช่วยแยกความแตกต่างของสินค้าต่าง ๆ ได้ ระบบการจัดการ SKU ที่มีประสิทธิภาพ สามารถช่วยคุณจัดการ และ วางแผนร้านค้า e-commerce ของคุณได้หลายทาง

1. ติดตาม และ พัฒนาการขาย

SKUs นั้นประกอบด้วยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับแบรนด์ ประเภทสินค้า ขนาด สี และ อื่น ๆ นั้นหมายความว่าคุณสามารถระบุ สินค้า(SKU) ที่ตลาดมีความต้องการสูงได้ และไม่ใช่แค่คุณ แต่คนในทีมของคุณก็เห็นด้วย ทำให้วางแผนการขาย และ การผลิตได้อยากสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า

2. พัฒนาการสื่อสารทางการค้า

SKUs มีประโยชน์มากเวลาที่เราจะไปเจรจากับเวนเอร์ คุณสามารถใช้ SKU ในการพยากรณ์ยอดขาย หรือตั้งเป้ายอดขายก็ได้ จากนั้นใช้ข้อมูลนี้ส่งต่อไปยังเวนเดอร์ของคุณเพื่อให้แน่ใจว่าเค้าสามารถผลิตหรือจัดหาสินค้าให้คุณได้ตามยอดที่คุณต้องการหรือไม่ และ กำหนด timeframe ในการผลิต และ ส่งมอบสินค้า เพื่อให้สินค้ามีเพียงพอต่อการขาย ในขณะเดียวกันก็ไม่ต้องสต็อกสินค้ามากเกินไป

3. ลดโอกาสสินค้าขายสต็อก และ เพิ่มความพึงพอใจให้กับลูกค้า

SKU สามารถใช้เป็นตัวแจ้งเตือนสำหรับการรีสต็อกได้ รู้ว่าสินค้าชนิดไหน ถึงเวลาที่จะต้องสั่งเพิ่มแล้ว ทำให้ลดโอกาสสินค้าขาดสต็อกได้ เมื่อลูกค้าสั่งสินค้า แล้วมีสินค้าพร้อมส่ง เปรียบเทียบกับอีกร้าน ที่จะต้องรอสินค้า 10 วัน โอกาสที่ลูกค้าจะซื้อสินค้า และ พึงพอใจกับเราก็มีมากกว่า

4. ช่วยให้การติดตามสต็อกรวดเร็วขึ้น

ระบบการจัดการ SKU ที่ดี จะช่วยลดความยากในการดำเนินการคลังสินค้าได้ เพราะเราจะสามารถติดตามสินค้าคงคลังได้อย่างรวดเร็ว โดยการอำนวยความสะดวกในการตรวจนับสต็อกได้ง่ายขึ้น และ แม่นยำขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการนับแบบ Check Move หรือ Cycle Count ธุรกิจก็จะสามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่น

5. พัฒนาการเข้าถึงลูกค้าผ่านการค้นหาออนไลน์

เมื่อลูกค้ามีความต้องการสินค้าใดสินค้าหนึ่งที่เฉพาะ หลังจากที่ลูกค้าตัดช้อยส์แล้ว เขามักจะก็อบปี้ข้อมูลรายละเอียดบางอย่างของสินค้า เช่น สี ขนาด หรือ รุ่น เพื่อค้นหาในออนไลน์ต่อไป หากคุณมีการจัดการ SKU  และ ตั้งชื่อสินค้าในร้าน e-commerceให้สอดคล้องกับ SKU ร้านค้าของคุณจะไม่ปรากฏในผลลัพธ์ แต่ถ้าคุณใช้ ร้านค้าของคุณมีแนวโน้มที่จะแสดงผลให้ลูกค้า และ มีโอกาสปิดการขายได้มากกว่าคู่แข่ง

6. ลดความเสี่ยงที่อาจเกิดจากความผิดพลาด และ การขโมย

ความผิดพลาด หรือ แม้แต่การขโมยของในคลังก็มีให้เห็นกันบ่อย ๆ ทำไมอยู่ ๆ สต็อกไม่ตรงกับระบบ หรือ หายไปจากคลัง แต่ถ้าคุณติด Tag สินค้าด้วย SKU ตอนรับสินค้าเข้าคลัง ในระบบ หรือ ไฟล์ที่คุณทำข้อมูลไว้ จะมีข้อมูลที่ช่วยให้คุณจะรู้ว่าคุณเก็บสินค้าไว้ที่ไหน และ ตั้งแต่เมื่อไหร่

หมายความว่าคุณสามารถติดตามสินค้าของคุณได้ตั้งแต่สินค้ามาถึงคลังสินค้า กระทั้งสินค้าถึงมือของลูกค้า ลดโอกาสการจัดการสินค้าผิดพลาด และ การขโมยสินค้าได้

7. พัฒนากระบวนการ Fulfillment ของผู้ให้บริการ

A third-party fulfillment ก็คือผู้ที่รับจ้างหรือบริษัที่รับจ้างเก็บ แพ็ค และส่งสินค้าให้คุณ ซึ่งจำเป็นจะต้องรู้จัก SKU ของคุณเพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงาน นอกจากนี้ การมี SKU จะช่วยให้คุณสามารถเชื่อมต่อกับช่องทางการขาย กับ คลังสินค้าของคุณได้เลย เขาเรียกว่าวิธีการ API ซึ่งทำให้คุณเห็นสต็อกแบบ real-time เวลามีคำสั่งซื้อเข้ามา ก็ตัดสต็อกเองเลย ไม่ต้องมีคอยคีย์แบบ Manual ทีหลัง บางผู้ให้บริการก็จะมีระบบ Analytics ที่ช่วยให้คุณเห็นข้อมูลได้ชัดเจนว่า สินค้าอะไรกำลังมา ลูกค้านิยม กับ สินค้าไหนขายไม่ค่อยดี ทำให้คุณวางแผนจัดการร้านได้ดียิ่งขึ้น

ข้างต้นเป็นเกร็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับ SKU และ ประโยชน์ของ SKU เพื่อให้ทุกคนได้นำไปพัฒนาการทำ e-commerce ของตนเองได้ ซึ่งเมื่อ e-commerce ของคุณเติบโตขึ้น ไม่สามารถทำทุกอย่างด้วยตัวเองได้ การมองหาผู้ให้บริการ Fulfillment มาจัดการเรื่องคลังสินค้า การแพ็คสินค้า และ ส่งสินค้าให้คุณนั้นเป็นความคิดที่ดี เพราะคุณจะได้มีเวลาโฟกัสกับลูกค้า วางแผนการขาย การตลาดให้ดียิ่งขึ้น

Fulfillment by SCG Logistics เรามีระบบที่คอยช่วย support ลูกค้าในทุก ๆ ขนาด ตั้งแต่ SME ไปจนถึงบริษัทขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการ Customized การแพ็คสินค้าแบบพิเศษ การเชื่อมระบบ (API) หรือแม้แต้ Data Analytics ที่กล่าวไปข้างต้น

สามารถคุยกับเราได้ที่

LINE : @scglfulfillment

Facebook : SCG Logistics

Website : scglogistics.co.th หรือ

โทร : 02 586 6777 – 1

อ้างอิงบทความ และ รูปภาพจาก : freepik.com, easyship.com,

Share this post