ไกด์วิธีการขนส่ง สินค้าอันตราย (Dangerous Goods)

จากเมื่อวันที่ 4 สิงหาคมปีที่แล้ว ที่เกิดเหตุระเบิดครั้งใหญ่ที่เมืองเบรุตม์ ที่เลบานอน ทำให้เกิดผู้เสียชีวิตกส่า 200 คนบาดเจ็บอีกกว่า 5,000 คน และ เกิดความเสียงหายต่อตัวเมืองอย่างมาก ซึ่งเหตุระเบิดมาจากการการระเบิดของสาร แอมโมเนียม ไนเตรท จำนวน 2,750 ตัน ที่ถูกเก็บอยู่ในคลังสินค้าอย่างไม่ปลอดภัย ซึ่งบทความก่อนหน้านี้ได้เคยกล่าวถึงวิธีการในการจัดเก็บสินค้าอันตรายอย่างปลอดภัยแล้ว สามารถอ่านได้ที่ วิธีเก็บและจัดการสินค้าอันตรายแบบใหม่ ปลอดภัยกว่าเดิม

อุบัติเหตุในครั้งนี้ และ อื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกันเป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของความปลอดภัยในการขนส่งและการเก็บรักษาสินค้าอันตราย นี่คือเหตุผลที่การขนส่งสินค้าอันตรายมีความเฉพาะทางสูง และ มีระเบียบข้อบังคับที่เข้มงวด ในบล็อกนี้ เราจะเจาะลึกเกี่ยวกับสินค้าอันตราย

  • สินค้าอันตรายคืออะไร
  • สินค้าอันตรายแบ่งเป็นประเภทไหนบ้าง
  • กฎระเบียบข้อบังคับในการขนส่งสินค้าอันตราย
  • หน่วยงานกำกับดูแล/หน่วยงานของรัฐสำหรับแต่ละโหมดการขนส่ง
  • บรรจุภัณฑ์ ฉลาก การแยกส่วน และ การฝึกอบรมที่จำเป็น
  • เอกสารสำคัญ
  • หน้าที่ ความรับผิดชอบ

สินค้าอันตรายคืออะไร

สิ่งของหรือวัสดุที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงอย่างต่อสุขภาพ ผู้คน ทรัพย์สิน หรือสิ่งแวดล้อมเมื่อขนส่ง และยังรวมถึงสินค้าที่อยู่ภายใต้ข้อแนะนำของสหประชาชาติว่าด้วยการขนส่งสินค้าอันตราย โดยสินค้าอันตราย ในภาษาอังกฤษ นอกจาก Dangerous Goods แล้วยังสามารถเรียก hazardous material, hazmat และ hazardous cargo ได้ด้วย

ซึ่งสินค้าอัตตรายสามารถอยู่ได้ในรูปแบบของทั้งของแข็ง ของเหลว และ แก๊ส ทั้งมีสีและไม่มีสี ร้อนหรือเย็น ไม่มีกลิ่นหรือมีกลิ่น สิ่งเหล่านี้อาจเป็นสารเคมีที่กัดกร่อน วัตถุระเบิด แบตเตอรี่ หรือ แม้แต่ของใช้ประจำวัน เช่น สเปรย์ฉีดผม น้ำหอม และ ไฟแช็ก

ประเภทของสินค้าอันตราย

คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการขนส่งสินค้าอันตรายจัดประเภทสินค้าอันตราย ภายใต้ระบบนี้ สารแต่ละชนิดถูกกำหนดคลาส มีทั้งหมด 9 คลาสประกอบด้วย

บางครั้ง สารอาจมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ความเป็นอันตรายได้มากกว่าหนึ่งประเภท ในกรณีนี้เราจะถือว่าสารนั้นอยู่ในคลาสที่มีความอันตรายสูงกว่าเป็นหลัก และคลาสที่มีความอันตรายน้อยกว่าเป็นคลาสรอง ซึ่งก็สามารถมีได้มากกว่า 1 คลาสรองได้อีกเช่นกัน 

9 classes of dangerous goods
credit picture : cogoport.com

กฎระเบียบและข้อบังคับเกี่ยวกับสินค้าอันตราย ‍

เมื่อพูดถึงสินค้าอันตราย มีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดสำหรับแต่ละขั้นตอนของกระบวนการขนส่ง ตั้งแต่การ handling สินค้า บรรจุภัณฑ์ การติดฉลาก การทำเครื่องหมาย การจัดเก็บ การแยกส่วน การขนส่ง และ การรับมือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน สิ่งเหล่านี้มีอยู่ในข้อตกลงระหว่างประเทศซึ่งสอดคล้องกับข้อเสนอแนะของสหประชาชาติ และแม้ว่าจะไม่ได้บังคับ แต่ก็เป็นที่ยอมรับในระดับสากล นอกจากนี้ยังมีกฎระเบียบระดับชาติ กฎเกณฑ์ในการเคลื่อนย้ายสินค้าอันตรายแตกต่างกันไปตามโหมดการขนส่ง

1. การขนส่งทางทะเล รหัส IMDG and others

รหัส The International Maritime Dangerous Goods (IMDG) คือ คู่มือมาตรฐานการจัดการสินค้าอันตรายและมลพิษทางทะเล สำหรับการขนส่งทางทะเล โดยวัตถุประสงค์คือเพื่อปกป้องชีวิต ป้องกันมลพิษทางทะเล อำนวยความสะดวกในการขนย้ายสินค้าอันตราย ซึ่งถูกพัฒนาโดย the International Maritime Organization (IMO) ซึ่งถูกนำไปใช้กับเรือขนส่งทุกลำ พร้อมทั้งมีการแก้ไขทุก ๆ 2 ปี ครอบคลุมสินค้าอันตรายกว่า 3500 รายการ

อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีสินค้าอันตรายอีกมากมายที่ขนส่งในลักษณะของแข็ง ของเหลว และก๊าซ รหัส International Maritime Solid Bulk Cargoes (IMSBC) มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าที่เป็นของแข็ง ยกเว้นเมล็ดพืช ที่จะอยู่ภายใต้ประมวลกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยการขนส่งเมล็ดพืชอย่างปลอดภัยในปริมาณมาก ในทำนองเดียวกันกับ ประมวลกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยการก่อสร้างและอุปกรณ์ของเรือที่บรรทุกก๊าซเหลวในปริมาณมาก (รหัส IGC)  จะควบคุมการขนส่งก๊าซเหลวจำนวนมาก ในการขนส่งทางทะเล น้ำมันรั่วสามารถเกิดขึ้นได้ เพื่อลดการปล่อยน้ำมันลงสู่ทะเลที่เกิดจากอุบัติเหตุ MARPOL Annex 1 จะควบคุมการก่อสร้างและการทำงานของเรือบรรทุกน้ำมัน

2. การขนส่งทางอากาศ Air – DGR and ICAO Technical Instructions

สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) เรียกระเบียบว่าด้วยสินค้าอันตราย (DGR) ว่า “แหล่งอ้างอิงระดับโลกสำหรับการขนส่งสินค้าอันตรายทางอากาศและเป็นมาตรฐานเดียวที่สายการบินยอมรับ” โดยให้รายละเอียดความรับผิดชอบของผู้ขนส่ง/ผู้ดำเนินการ ปริมาณการขนส่งและการจัดเก็บ และสินค้าต้องห้าม นอกจากนี้ยังมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการฝึกอบรม ความปลอดภัย และการรายงานเหตุการณ์ด้วย

ระเบียบข้อบังคับชุดที่สอง คือ คำแนะนำทางเทคนิคขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ , the International Civil Aviation Organization’s (ICAO) พยายามให้สายการบินขนส่งสินค้าอันตรายโดยที่สินค้าไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อเครื่องบินหรือผู้โดยสาร

3. การขนส่งทางถนน Road – Motor Vehicles Rules and Hazardous Substances Rules 

ไม่เหมือนกับการขนส่งทางทะเล หรือ ทางอากาศ ที่ถูกควบคุมโดยกฎระเบียบสากล หลาย ๆ เช่นประเทศอินเดียมีกฎเกณฑ์ของตนเองสำหรับการขนส่งสินค้าอันตรายทางถนน โดยในอินเดีย และนี่คือก็กฎกลางในการขนส่งสินค้าอันตราย

  1. ยานพาหนะที่บรรทุกสิ่งของอันตรายจะต้องติดตั้งเครื่องวัดความเร็วรอบ (ซึ่งบันทึกกิจกรรมการขับขี่ เช่น ความเร็ว ระยะทาง) และอุปกรณ์ป้องกันประกายไฟ
  2. ยานพาหนะต้องมี “แผงข้อมูลฉุกเฉิน” ที่มองเห็นได้ชัดเจนและมีประเภท หมายเลข UN และ PSN ของสินค้า
  3. เจ้าของรถต้องมั่นใจว่าข้อมูลสินค้าที่ผู้ขนส่งให้มานั้นถูกต้อง และต้องเชื่อมโยงข้อมูลนี้เป็นลายลักษณ์อักษรกับผู้ขับขี่
  4. ผู้ขับขี่ต้องเก็บข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ในห้องโดยสารของผู้ขับขี่ตลอดเวลา
  5. ผู้ขับขี่ต้องดูแลสินค้าให้ปลอดภัยโดยปฏิบัติตามกฎการป้องกันอัคคีภัยและการระเบิด
  6. ผู้ขับขี่ต้องใช้เส้นทางที่เจ้าของรถและผู้ขนส่งกำหนดไว้ล่วงหน้า
  7. ผู้ขับขี่ต้องผ่านการฝึกอบรมให้รับมือกับอันตรายจากการขนย้ายสินค้าอันตราย

กฎเกี่ยวกับวัตถุอันตราย: วางโดยกระทรวงสิ่งแวดล้อมและป่าไม้ กฎเหล่านี้ครอบคลุมการจำแนกประเภท บรรจุภัณฑ์ การทำเครื่องหมาย การทดสอบ การรับรอง การขนส่ง และเอกสาร อย่างไรก็ตาม ไม่ครอบคลุมถึงสินค้าอันตรายบางประเภท รวมถึงสินค้านำเข้า วัสดุกัมมันตภาพรังสี ผลิตภัณฑ์ด้านเภสัชกรรม/เครื่องสำอางสำหรับผู้บริโภค สินค้านำเข้าได้รับการยกเว้นเนื่องจากมีแนวโน้มว่าจะเป็นไปตามรหัส IMDG และ DGR ส่วนวัสดุกัมมันตภาพรังสีถูกควบคุมโดยรหัสความปลอดภัยของคณะกรรมการกำกับดูแลพลังงานปรมาณู

  

4. การขนส่งทางราง – IRCA Red Tariff and Concor Rules 

ในอินเดีย การจอง และ การส่งมอบสินค้าอันตรายโดยรถไฟอยู่ภายใต้อัตราภาษีของ Indian Railways Conference Association (IRCA) ข้อกำหนดบางข้อกำหนดให้มีการติดฉลากเตือนบนประตูเกวียน และ การใช้ซีลตะกั่วพิเศษสำหรับเกวียนที่บรรทุกวัตถุระเบิด ก๊าซ สารไวไฟและสารออกซิไดซ์

นอกจากนี้ บริษัทคอนเทนเนอร์ของอินเดีย (Concor) ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐภายใต้กระทรวงการรถไฟฯ ได้วางกฎเกณฑ์เกี่ยวกับการจองสินค้าอันตรายในตู้คอนเทนเนอร์

เช่นเดียวกับ ADR ข้อบังคับเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าอันตรายระหว่างประเทศโดยรถไฟ (RID) เป็นข้อตกลงระหว่างประเทศระหว่าง 45 รัฐผู้ทำสัญญาจากยุโรป เอเชีย และแอฟริกาเหนือ อินเดียไม่ได้เข้าร่วม

5. การขนส่งทางเรือ Barge – ADN and others

ในอินเดีย การขนส่งสินค้าอันตรายโดยทางเรือถูกควบคุมโดย Inland Waterway Authority of India ผ่านกฎระเบียบต่างๆ เช่น National Waterways, Safety of Navigation และ Shipping Regulations สำหรับวัตถุระเบิด ข้อบังคับเหล่านี้บังคับใช้ขั้นตอนที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติวัตถุระเบิด

ในระดับสากล ข้อตกลงยุโรปเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าอันตรายระหว่างประเทศโดยทางน้ำภายในประเทศ (ADN) อันประกอบด้วย 18 ประเทศ มีขึ้นเพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยระดับสูงในการขนส่งสินค้าอันตรายทางน้ำภายในประเทศ ส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศของสินค้าอันตราย และป้องกันมลพิษระหว่างการเคลื่อนย้ายสินค้าดังกล่าว

ขั้นตอนการจัดส่งสินค้าอันตราย

1. บรรจุภัณฑ์

เนื่องจากสินค้าอันตรายเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของมนุษย์ บรรจุภัณฑ์จึงมีความสำคัญสูงสุด ซึ่งควรดำเนินการดังนี้

  • ใช้บรรจุภัณฑ์ที่ถูกต้อง วัสดุผ่านการทดสอบความทนทาน เป็นไปตามที่กฎระเบียบกำหนดไว้ 
  • สินค้าต้องบรรจุให้แน่น กันกระแทก และ ป้องกันความเสียหายและการรั่วซึม
  • สินค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำ ความชื้น และความร้อน จะต้องบรรจุในภาชนะที่มีอากาศ ลม และกันน้ำ
  • เมื่อขนสินค้าอันตรายรวมกับสินค้าปกติ ต้องวางสินค้าอันตรายไว้ใกล้ประตูตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อการขนย้ายอย่างรวดเร็วหากเกิดกรณีฉุกเฉิน‍

2. การติดฉลาก

ฉลาก เครื่องหมาย และป้ายเป็นข้อกำหนดทางกฎหมายสำหรับสินค้าอันตราย สิ่งเหล่านี้เป็นตัวบ่งชี้แรกถึงลักษณะอันตรายของสินค้า และ เก็บข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับวิธีการจัดการ ควรอ่านได้ชัดเจน วางอย่างถูกต้อง และไม่โดนบดบังด้วยฉลากและเครื่องหมายเก่า

  • Label : เป็นตัวระบุสินค้าและความอันตรายของสินค้า มีการติดฉลากบนบรรจุภัณฑ์หรือโอเวอร์แพ็ค (“ บรรจุภะณฑ์ที่ผู้ส่งรายเดียวใช้เพื่อบรรจุสินค้าอย่างน้อยหนึ่งหน่วยหรือมากกว่า เพื่อสร้างเป็นหน่วยเดียว และ ความสะดวกในการจัดการและจัดเก็บระหว่างการขนส่ง” ตามระเบียบของ UN Model) ต้องวางไว้ใกล้กับหมายเลข UN และ PSN ไม่ใช่ในมุมที่อาจพับ
  • Placard : ตัวระบุวัตถุอันตรายมาตรฐานอีกตัวหนึ่ง ที่ดูเหมือนฉลากมาก แต่มีขนาดใหญ่กว่าและทนทานกว่า มักจะถูกวางบนตู้คอนเทนเนอร์ กระบอกสูบ รถบรรทุก และ ยานพาหนะขนส่งอื่น ๆ
  • Marking: ตัวระบุเพิ่มเติมที่วางอยู่บนบรรจุภัณฑ์ด้านนอก เป็นการรวมกันของหมายเลข UN, PSN, น้ำหนัก, ข้อมูลจำเพาะ, ข้อควรระวัง และแนวทางการตอบสนองกรณีฉุกเฉิน ช่วยให้มั่นใจได้ว่าสินค้าจะได้รับการจัดการอย่างปลอดภัย แตกต่างจาก Label และ Placard ตรงที่ Marking จะไม่มีรูปแบบ สี และขนาดเฉพาะ สินค้าบางชนิด (สินค้าอันตรายที่เป็นของเหลว, วัสดุกัมมันตภาพรังสี, สินค้ามีพิษ) จำเป็นต้องมีเครื่องหมายพิเศษ

3. เอกสาร

สิ่งสำคัญพอๆ กับบรรจุภัณฑ์ และ การติดฉลากก็คือการจัดทำเอกสาร ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้ผู้ให้บริการตัดสินใจจัดการ แยก และจัดเก็บอย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งมักส่งผลร้ายตามมา เอกสารสำหรับสินค้าอันตรายแตกต่างกันไปตามโหมดการขนส่ง แต่ส่วนใหญ่มีข้อมูลพื้นฐานที่เหมือนกันได้แก่

  • คลาสของสินค้า หมายเลข UN และ PSA
  • ชื่อและที่อยู่ของผู้นำเข้า ส่งออก
  • น้ำหนัก และ ปริมาณสินค้า
  • จำนวนและประเภทของบรรจุภัณฑ์

ข้อมูลอื่น ๆ ที่อาจจะต้องระบุลงไปในเอกสาร ประกอบด้วย

  • สารที่อุณหภูมิหลอมเหลว/อุณหภูมิสูง         
  • สารควบคุมอุณหภูมิ
  • วัสดุกัมมันตภาพรังสี
  • สารติดเชื่อ
  • ของเสีย ‍

เอกสารสำคัญและเอกสารทั่วไปบางประการที่ใช้ในการจัดส่งสินค้าอันตราย ได้แก่  

Material Safety Data Sheet: นอกเหนือจากข้อมูลพื้นฐานแล้ว ยังมีคุณสมบัติทางกายภาพและทางเคมีของสินค้า (จุดหลอมเหลว/จุดเดือด) การเกิดปฏิกิริยา ความเป็นพิษ ผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์ แนวทางการปฐมพยาบาลและการดับเพลิง ข้อกำหนดสำหรับอุปกรณ์ป้องกัน ผู้ผลิต/ซัพพลายเออร์ของสินค้าเป็นผู้จัดเตรียมให้กับผู้ส่งสินค้า เพื่อนำส่งให้กับผู้ขนส่งต่อไป

Dangerous Goods (DG) Request: เมื่อผู้ส่งสินค้าใช้บริการผู้ขนส่งด้วยการขนส่งสินค้าอันตราย พวกเขาจะยื่นคำขอ DG หรือคำขอขนส่งสินค้าอันตราย

Dangerous Goods (DG) Declaration: ผู้ส่งสินค้าต้องจัดเตรียมไว้ คล้ายกับ DG Request แต่มีรายละเอียดมากกว่า ผู้ขนส่งจะยอมรับการขนส่งสินค้าอันตรายตาม DG Request และ DG Declaration ซึ่งทั้งสองอย่างนี้ต้องมีข้อมูลที่ตรงกัน

Dangerous Goods Manifest: จัดทำโดยเจ้าของเรือโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสินค้าที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในเอกสารฉบับเดียว เก็บไว้บนสะพานเรือ พร้อมสำเนาในห้องควบคุมสินค้า เพื่อให้เข้าถึงได้ง่าย อีกทั้ง DG Manifest  ยังเป็นแผนการจัดเก็บเพราะระบุตำแหน่งของสินค้าบนเรือเพื่อให้แน่ใจ ว่าเราจะสามารถตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว

Transport Emergency (TREM) Card: เอกสารที่ถือโดยผู้ขนส่งสินค้าอันตราย ซึ่งมีข้อมูลการขนส่งสินค้าที่เกี่ยวข้องและคำแนะนำสำหรับผู้ขับขี่และผู้เผชิญเหตุฉุกเฉิน

Container Packing Certificate: เมื่อขนส่งสินค้าอันตรายทางทะเลในตู้คอนเทนเนอร์ บริษัทขนถ่ายต้องจัดเตรียมใบรับรองที่ลงนามและลงวันที่ให้กับผู้ขนส่งเพื่อยืนยันการปฏิบัติตาม IMDG Code และ กฎเกณฑ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง‍

4. การแบ่งแยก

การเคลื่อนย้ายสินค้าอันตรายยังต้องมีความรู้ว่าสินค้าอันตรายชนิดใดสามารถจัดเก็บและขนส่งร่วมกันได้ IMDG Code ได้กำหนดกระบวนการแยกสารตั้งแต่สองชนิดขึ้นไปที่ไม่สามารถเข้ากันได้ แต่การแบ่งแยกทั่วไปไม่รวมถึง

  • ห้ามเก็บวัตถุระเบิดประเภทต่างๆ ไว้ด้วยกัน
  • ห้ามเก็บสารที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้กับตัวออกซิไดซ์
  • ห้ามเก็บกรดกับด่างเข้มข้นด้วยกัน

แต่ตามกฎการแบ่งแยก สินค้าอันตรายบางประเภทสามารถขนส่งพร้อมกับสินค้าอันตรายประเภทอื่นได้ ตัวอย่างเช่น สารออกซิไดซ์สามารถบรรจุเข้ากับตัวออกซิไดซ์อื่นๆ ได้เช่นเดียวกับก๊าซที่ไม่ติดไฟและก๊าซพิษ แต่ไม่สามารถจับคู่กับวัตถุไวไฟ (ของแข็ง ของเหลว และก๊าซ) และสารกัดกร่อนได้

ความสำคัญของการฝึกอบรมในการจัดการกับสินค้าอันตราย‍

ตั้งแต่ผู้ขนถ่ายสินค้า ผู้บรรจุหีบห่อ และผู้ปฏิบัติงาน ไปจนถึงผู้ขนส่งและผู้ปฏิบัติงานด้านเอกสาร สินค้าอันตรายมีความเสี่ยงต่อชีวิตนับไม่ถ้วน การตระหนักและการฝึกอบรมเป็นกุญแจสำคัญต่อความปลอดภัยของพวกเขา พวกเขาเหล่านี่ต้องผ่านการฝึกอบรมอย่างเหมาะสม ไม่ใช่แค่เฉพาะฟังก์ชันงานของตัวเองเท่านั้น แต่พวกเขาต้องตระหนักถึงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับสินค้า ท่าเรือ ประเทศปลายทาง เอกสาร และ การรายงานด้วย

ความรับผิดชอบของฝ่ายจัดส่งต่างๆ‍

การขนส่งสินค้าอันตรายอย่างปลอดภัยต้องได้รับใส่ใจอย่างเต็มที่จากพนักงานทุกคนตลอดกระบวนการของการขนส่ง อย่างไรก็ตาม ความรับผิดชอบที่ใหญ่ที่สุดขึ้นอยู่กับผู้ส่งสินค้าและผู้ขนส่ง

ความรับผิดชอบของผู้ส่งสินค้า Shipper responsibilities

  • กำหนดคลาส PSN ข้อมูลอันตรายให้กับสินค้าอย่างถูกต้อง
  • บรรจุสินค้าอย่างเหมาะสม มัดไว้ในพาเลท (ถ้าจำเป็น)
  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้ผู้บรรจุสินค้า ปฏิบัติตามกฎและข้อบังคับ
  • จัดทำและส่งเอกสารที่ถูกต้องและครบถ้วน
  • แจ้งผู้ขนส่งถึงมาตรการป้องกันในการจัดเก็บ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับสินค้าที่อาจมีปฎิกิริยาต่อสินค้าอื่นหากเก็บไว้ด้วยกัน

ความรับผิดชอบของผู้ขนส่ง Carrier responsibilities

  • ตรวจสอบว่าสินค้าได้รับอนุญาตให้ดำเนินการภายใต้กฎระเบียบ
  • รับรองเอกสาร และ ใบรับรองที่ผู้ส่งสินค้าส่งมาให้
  • ตรวจสอบฉลาก แผ่นป้าย เครื่องหมายต่างๆ ( labels, placards, markings ) เพื่อความถูกต้อง
  • ตรวจสอบบรรจุภัณฑ์เพื่อหารอยรั่วและความเสียหายอื่นๆ
  • จัดเตรียม DG manifest และ ดูแลให้สินค้าถูกจัดเก็บให้ไกลจากบริเวณที่พักอาศัยมากที่สุด
  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าลูกเรือทุกคนได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนฉุกเฉิน
  • แจ้งเจ้าหน้าที่ที่ท่าเรือขนถ่าย
  • รายงานสินค้าไปยังหน่วยงานการรายงานที่เหมาะสม หากจำเป็น

ขนส่งสินค้าอันตรายอย่างปลอดภัยกับ SCG Logistics

สำหรับผู้ส่งสินค้าและผู้ขนส่ง การขนส่งสินค้าอันตรายเป็นความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ ชีวิตของหลายคนอยู่ในมือคุณ การทำงานร่วมกับบริษัทโลจิกส์ติกส์ที่มีความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ในการขนส่งสินค้าอันตรายอย่าง SCG Logistics จะช่วยให้คุณสบายใจ และ ทำธุรกิจได้ง่ายขึ้น  เราพร้อมให้บริการขนส่งสินค้าอันตราย (Dangerous Goods) จำพวก

  1. น้ำมันใส, น้ำมันเตา, B100, Fatty Alcohol, Chemicals Substance, Hygiene Chemicals, Cracker Bottom และสินค้าอื่นๆ ในกลุ่ม Class 3,8, และ 9
  2. ขนส่งสารเคมีในกลุ่ม Non-DG มาในรูปแบบ Packaging หลากหลาย
  3. IT System monitoring (Order to cash / WH Management System / AI Robotic design service / Transportation Controlling Via Control Room
  4. Safety Monitoring ให้Fleet ของลูกค้า ไม่จำเป็นต้องใช้รถหรือคลังของ SCGL) ที่ออกแบบให้ Customize by Customer

สอบถามรายละเอียดบริการ หรือ ติดต่อเจ้าหน้าทีไ่ด้ที่ LINE@SCGL

อ้างอิงบทความและรูปภาพจาก : cogoport.com, freepik.com

Share this post