Dead Stock ภัยเงียบธุรกิจ E-Commerce

dead stock is bad for ecommerce business and we have to get rid of it.

เป็นเรื่องดีอยู่แล้วถ้าคุณขายสินค้าทั้งหมดที่คุณมีอยู่ในคลังได้อย่างสม่ำเสมอ แต่บางครั้งคุณก็อาจจะมีสินค้าที่ไม่โดนใจลูกค้า และ จบด้วยการให้มันเฝ้าคลังอยู่ ซึ่งนี่แหละคือ Dead Stock ที่จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ให้กับธุรกิจของคุณได้

ซึ่งถ้าคุณกำลังเผชิญกับปัญหานี้ยู่เป็นประจำ นี่คือสัญญาณบ่งบอกอย่างดีเลยครับ ว่าคุณควรมีกลยุทธ์การจัดการสินค้าคงคลัง เพื่อเคลียของเหล่านั้นออกไป และ ป้องกันไม่ให้มันกลับมาอีก

Dead Stock คืออะไร ???

สินค้าคงคลังที่ขายไม่ออก และ ถูกเก็บอยู่ในห้องเก็บของ หรือ คลังสินค้าเป็นระยะเวลานาน ซึ่งควรที่จะถูกกำจัดออกเพื่อให้พื้นที่คลังสินค้าว่างสำหรับเก็บสินค้าชนิดอื่นที่ดีกว่า

แล้วมันทำให้ธุรกิจคุณแย่ลงยังไง ???

  • Carrying Cost : อาจทำให้คุณมีต้นทุนเพิ่มขึ้นได้ถึง 30% เพราะคุณต้องใช้ทรัพยากรในการเก็บรักษาสินค้านี้ไว้ ซึ่งต้นทุน 30% ที่ว่า อาจจะประกอบไปด้วย การ utilize พื้นที่ภายในคลัง การประกันสินค้า และ อื่น ๆ ซึ่งมีแนวโน้มจะสูงขึ้นตลอดเวลา 
  • Opportunity Cost : แทนที่จะเอาพื้นที่ไว้เก็บสินค้าที่สามารถสร้างมูลค่า สร้างกำไรให้กับธุรกิจมากกว่า ซึ่งไม่ได้หมายความแค่ว่าคุณเสียโอกาสในการสร้างกำไร แต่หมายถึงคุณกำลังเก็บสินค้าที่ยังไงก็ขายไม่ออก
  • Lost Money : หรือที่เราเรียกกันว่า ”ต้นทุนจม” นั้นเพราะสินค้าที่เก็บอยู่ในคลังนั้น คุณเสียเงินซื้อไปแล้ว ไหนจะค่าขนส่งมาเก็บที่คลังโดนที่ดูทรงแล้ว ขายไม่ออกแน่ ๆ
  • Labor Cost : หากสินค้าเหล่านี้ นี้ยังคงสะสมไปเรื่อย ๆ ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการจัดการสำหรับสินค้าคงคลังดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และ ทำให้มูลค่าของผลิตภัณฑ์ลดลง คุณอาจต้องจ้างพนักงานเพิ่ม และ จ่ายค่าจ้างมากขึ้นซึ่งไม่ได้ช่วยเพิ่มผลกำไรของคุณ

อะไรทำให้เกิด Dead Stock ???

1. Ordering inconsistencies

การที่คุณสั่งสินค้ามาแบบไม่สม่ำเสมอ คือ สั่งมาเยอะ ๆ เลยตู้มเดียว หรือ สั่งมาไม่ถูกช่วงเวลา ในกรณีที่เป็นสินค้า seasonal ทำให้สต็อกเยอะมาก ขายไม่หมด ขายไม่ทัน ก็มีโอกาสสูงที่สินค้าเหล่านั้นจะหมดอายุ หรือ ตกเทรนด์แล้ว

สาเหตุอาจมาจากวิธีการคำนวน Turnover ratio ของสินค้าที่ไม่น่าเชื่อถือ ทำให้ไม่รู้จุด reorder หรือ จุด economic order quantity (EOQ) ที่เหมาะสม

2. Poor sales

การที่ขายไม่ดีมีได้หลายสาเหตุ ยิ่งกับ e-commerce ด้วยแล้ว มักจะมาจาก

  • กลุ่มเป้าหมายของคุณไม่ได้ต้องการสินค้า
  • การขายสินค้าที่ล้าสมัยที่ ไม่อยู่ในฤดูกาล หรือ ไม่เป็นแฟชั่น ยกตัวอย่างเช่น  
  • ราคาแพงเกินไปกว่าที่ลูกค้ายอมจ่าย
  • โปรของคู่แข่งดีกว่า

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม การขายสินค้าไม่ออกของคุณจะสร้าง dead stock ขึ้น และ คุณต้องคิดกลยุทธ์ทางการตลาดของคุณใหม่เพื่อกำจัดมันให้เร็วที่สุด.

3. Poor quality or defective products

แน่นอนว่าการขายของมีตำหนิ ไม่ได้คุณภาพตามที่พูด นำมาซึ่งความไม่พึงพอใจของลูกค้า โดยเฉพาะในโลก e-commerce ลูกค้าไม่เคยเห็นสินค้ามาก่อน ไม่เคยลอง ไม่เคยสัมผัส รีวิวมีผลต่อการตัดสินใจสูงมาก ถ้าไม่พอใจ รีวิวไม่ดี ส่งผลเสียต่อธุรกิจอย่างมาก

ป้องกัน dead stock จาก e-commerce ของเรายังไง ?

ต้องมีกลยุทธ์ inventory management ที่ช่วยให้คุณรู้เกี่ยวกับวงจรของธุรกิต e-commerce, วัดความต้องการสินค้าของลูกค้าที่แม่นยำ และ แจ้งเตือนคุณถึงความเสี่ยงได้

ซึ่งกลยุทธ์ที่ว่ามีอะไรบ้าง มาดูกันเลยครับ

1. Inventory Management Software (IMS)

การใช้ ซอฟท์แวร์จะช่วยให้เรามี visibility ของการทำงานภายในคลังสินค้า และ ยังมี report ที่ทำให้คุณทราบเกี่ยวกับ reorder point, อัตรา turnover ของสินค้า, และ ปริมาณในการสั่งสินค้าที่คุ้มค่าที่สุด ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหา  ordering inconsistencies และ การสต็อกสินค้ามากเกินความจำเป็นได้ นอกจากนี้ IMS ยังช่วยคาดการณ์ความต้องการของลูกค้า เทรนด์ต่าง ๆ และ แจ้งเตือนคุณเมื่อสินค้าเริ่มขายไม่ออกเป็นระยะเวลาหนึ่ง เพื่อให้คุณสามารถวางแผนแก้ไขปัญหา และ ขายสินค้าออกไปได้เร็วขึ้น

2. Test your ideas first

การจะขายสินค้าใหม่ ๆ ต้องใช้เวลาในการศึกษา และ ทดสอบความต้องการของลูกค้าก่อน เช่น การลองขายแบบสินค้า limited หรือ การทำแบบสำรวจ สอบถามลูกค้าของคุณเลยก็ได้ เพื่อให้คุณนำข้อมูลมาวิเคราะห์ได้ว่า ของที่คุณอยากเอาเข้ามาขายนั้น ลูกค้าอยากได้จริง ๆ ใช่หรือไม่

นอกจากนี้ การจะลงทุนผลิตหรือสั่งสินค้าความคิดสร้างสรรค์สำคัญ แต่ก็ต้องอาศัยข้อมูลด้วย ควรวิจัยเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง ทดสอบตลาด และ ปรับให้เหมาะกับลูกค้า

ยอมลงทุนสำรวจตลาดสักหน่อย ดีกว่าสั่งของมาเยอะแยะสุดท้ายขายไม่ออกนะครับ

3. Offer quality products

จะรู้ได้ยังไงว่าสินค้าเราไม่มีคุณภาพ อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าออนไลน์สมัยนี้ไปไวมาก รีวิวมีทุกที่ ลองเช็ครีวิวจากลูกค้า หรือดู rating สินค้าว่าลูกค้ามีความคิดเห็นอย่างไร ถ้าสินค้าเราไม่ได้คุณภาพในมุมมองของลูกค้าจริง การบ้านที่ต้องทำต่อก็คือ ลูกค้าคิดว่าคุณภาพ ต้องมีอะไรบ้าง แล้วนำคุณภาพที่ลูกค้าต้องการมาเสนอ

นอกจากนี้การเลือก supplier เองก็มีความสำคัญ ต้องเลือกคนที่มีวิศัยทัศน์ที่ไปในทิศทางเดียวกันกับธุรกิจจะทำให้สามารถทำธุรกิจด้วยกันได้ยาว และ ยั่งยืน

หากอ่านมาถึงตรงนี้แล้วคิดว่าบทความนี้เป็นประโยชน์กับทุกท่าน อย่าลืมกดแชร์ให้คนอื่น ๆ ได้อ่านกันด้วยนะครับ

อ้างอิงรูปภาพ และ บทความจาก : freepik.com, easyship.com

Share this post