“Cold Chain Logistics” โซลูชั่นเย็นๆสำหรับธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม

สำนักงานสำมะโนประชากรของสหรัฐอเมริกาได้เคยรายงานจำนวนประชากรโลกไว้เมื่อปี 2558 ว่ามีจำนวนกว่า 7,200 ล้านคน ;ประเทศที่มีประชากรมากที่สุด คือ จีน ด้วยจำนวน 1,300 ล้านคน และรองลงมา คือ อินเดียที่ 1,200 ล้านคน; และดูเหมือนว่าอัตราการเติบโตของประชากรจะเพิ่มขึ้นทุกปี ความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะความต้องการ “อาหารสด”  ในสถานที่ห่างไกลแหล่งวัตถุดิบทั่วทุกมุมโลก ซึ่งทำให้การลำเลียงอาหารที่ยังคงคุณภาพไปยังที่ต่างๆเป็นสิ่งสำคัญ เพราะต้องต่อสู้ “การเน่าเสียตามธรรมชาติ”  หรือเรียกว่า “ยื้อวงจรเวลาจำหน่าย (Saleable life cycle)” ออกไป และ “บริการห้องเย็น” หรือ “Cold Chain” เป็นวิธีที่จะเก็บรักษาอาหารสดเหล่านั้นให้คงคุณภาพไว้ได้ ก่อนที่จะถึงจุดจำหน่ายให้ผู้บริโภค เพราะอาหารจะต้อง “สามารถบริโภคได้”  อาหารที่ไม่สามารถบริโภคได้ก่อนที่จะไปถึง “สถานที่จำหน่าย” ล้วนก่อให้เกิด “ความสูญเสียอย่างไร้ประโยชน์”

“Cold Chain” เป็นเครื่องมือการบริการทางด้านโลจิสติกส์ที่ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่ทำให้สามารถขยายวงจรเวลาจำหน่ายของสินค้าที่สามารถเน่าเสียได้ โดยไม่เน่าเสียอยู่ในคลังสินค้า หรือระหว่างการขนส่ง (ซึ่งเป็นการสูญเสี่ยที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้) เสมือนการซื้อเวลาในระยะหนึ่งก่อนที่จะไปถึงจุดจำหน่ายสินค้า/ผู้ซื้อในที่ห่างไกล “การเก็บอาหารในห้องเย็น” ช่วยลดการสูญเสียอาหาร ทุกสิ่งที่อยู่ในห้องเย็นล้วนมีข้อจำกัดด้านเวลา การบริหาร Supply Chain ที่มีประสิทธิภาพจะทำให้ผู้ซื้อสามารถเข้าถึงอาหารเหล่านั้นได้มากขึ้น

การสูญเสียอาหารจะส่งผลกระทบไม่เพียงแต่ทางกายภาพของอาหารเท่านั้น แต่ทั้งห่วงโซ่ของอาหาร และระบบนิเวศ (Ecological Footprint) ด้วย; สิ่งมีชีวิตทุกชนิดล้วนต้องอาศัยทรัพยากรจากระบบนิเวศเพื่อการดำรงอยู่รอด การใช้ทรัพยากรจึงเปรียบเสมือนการประทับร่องรอยของการใช้ชีวิตไว้บนระบบนิเวศของโลก; เช่น การสูญเสียแอ๊ปเปิ้ล 6 ลูก ทำให้สูญเสีบ น้ำที่ใช้ในการผลิตมันมากกว่า 500 ลิตร  การสูญเสียมะเขือเทศ 12 ผล จะถูกเปลี่ยนเป็นน้ำได้ถึง 200 ลิตร เป็นต้น นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มการปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งกระทบกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศของโลกด้วย ทางออกของปัญหาไม่ใช่การหยุดการผลิตอาหาร แต่เป็นการทำให้อาหารถูกบริโภคอย่างสมบูรณ์  Cold chain ไม่ได้เป็นแค่ระบบจัดเก็บเท่านั้น (Storage System) แต่ยังทำให้ผู้ผลิตและตลาดสามารถเข้าถึงอาหารได้มากขึ้น ซึ่งทำให้ฟาร์ม/แหล่งวัตถุดิบสามารถผลิตได้มากขึ้นด้วย จึงอาจกล่าวได้ว่า Cold Chain เป็น “Zero-sum Solution”

Cold Chain ไม่เพียงแต่เกี่ยวกับความเย็นในการรักษา/คงสภาพอาหารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการจัดการผลผลิตหลังจากการเก็บเกี่ยวในห่วงโซ่อุปทานของอาหาร และยังช่วยจัดการในธุรกิจทางการเกษตรอีกด้วย เช่น ในประเทศอินเดีย มีการใช้ Cold Chain ในธุรกิจอาหารมากมายอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะอินเดียเป็นผู้ส่งออกเนื้อวัว สัตว์ปีก และไข่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก (ส่งออกเนื้อวัวกว่า 1.5 ล้านตัน) เป็น Top10 ผู้ส่งออกองุ่นสด และยังเป็นผู้ผลิตกับผู้บริโภคผลิตภัณฑ์จากนมมากที่สุดในโลกอีกด้วย ฯลฯ ซึ่งการผลิตอาหารถูกทำให้แตกต่างด้วย “Cold Supply Chain” เพราะการผลิตอาหารด้วยวัตถุดิบที่สดใหม่อยู่เสมอ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้อาหารมีรสชาติที่ดีมีคุณภาพ และ Cold Chain ช่วยบรรเทาความเสียหายจากการเน่าเสียของวัตถุดิบซึ่งทำให้ต้นทุนของอาหารต่ำลง ;ลดของเสียจากกระบวนการผลิต; ผู้ประกอบการทางด้านอาหารนอกจากจะต้องคำนึงถึงปริมาณและคุณภาพของวัตถุดิบเป็นหลักแล้ว การเลือกใช้บริการ/ทำธุรกิจร่วมกับ “ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์” เป็นปัจจัยสำคัญที่จะตอบโจทย์การมีวัตถุดิบอย่างต่อเนื่องและยังคงคุณภาพของวัตถุดิบที่ต้องการได้ ในประเทศไทยมีผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์แบบ Cold Supply Chain หลายบริษัท และต่างกำหนดกลยุทธ์ในการแข่งขันกันอย่างเข้มข้น ไม่ว่าจะเป็นทำเลที่ตั้งของคลังสินค้าห้องเย็นใกล้โรงงาน/แหล่งวัตถุดิบ การจัดหากำลังรถขนส่งห้องเย็นอย่างเพียงพอ ตลอดจนการอบรมบุคลากรผู้ดำเนินงานอย่างมืออาชีพ

เอสซีจี นิชิเร โลจิสติกส์ หนึ่งในผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์แบบ Cold Chain; ภายใต้ Concept We deliver “Good Taste” and “Freshness”; ที่นอกจากจะมีคลังสินค้าห้องเย็นที่อยู่ในจุดยุทธศาสตร์ รองรับได้ทั้งงานนำเข้า-ส่งออก และ กระจายสินค้าภายในประเทศด้วย จัดส่งสินค้าได้ตรงตามกำหนด อีกทั้งระบบการบริหารงานแบบ Total Quality Management ได้รับรองว่าเป็นคลังที่ได้ตามมาตรฐาน GMP จาก TUV NORD และล่าสุดได้รับใบอนุญาติEST No.257 (Official Export Establishment Certificate) ที่แสดงว่า เอสซีจี นิชิเร โลจิสติกส์ เป็น Cold Storage เพื่อการส่งออกของลูกค้ากลุ่มสัตว์ปีก Poultry Businessได้ (มีเพียงไม่กี่บริษัทในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองดังกล่าว) ซึ่งผู้ประกอบการมั่นใจได้ว่าการดำเนินงานจะสอดคล้องเป็นไปตามวิธีปฏิบัติของมาตรฐานสากล  นอกจากนี้เพื่อการควมคุมการบริการอย่างมีประสิทธิภาพ เอสซีจี นิชิเร โลจิสติกส์ ยังได้แยกการบริหารจัดการสินค้าที่เป็นวัตถุดิบออกจากสินค้าที่เป็นอาหารสำเร็จรูป และตลอดทั้ง Supply Chain มีการควบคุมอุณหภูมิในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การจัดเก็บสินค้าในคลังสินค้าที่มีการควบคุมอุณหภูมิตั้งแต่ 0 จนถึง -25 องศาเซลเซียส ตามความเหมาะสมของสินค้าแต่ละประเภท การนำสินค้าออกจากคลังสินค้า (Cold Storage) ขึ้นรถขนส่งควบคุมอุณหภูมิที่มีทั้ง Air Shelter และ Air Shutter เพื่อรักษาอุณหภูมิความเย็นให้สม่ำเสมอตลอดการจัดเก็บ โดยการจัดแบ่งพื้นที่ Loading Area อุณหภูมิ +5 c ขนาดใหญ่เพื่อความสะดวกในการให้บริการ Repacking สินค้า และยังคำนึงถึงความปลอดภัยของพนักงานและ สินค้าของลูกค้า ด้วยการลงทุนใช้ Cooling SystemNH3/CO2เทคโนโลยีล่าสุดจากประเทศญี่ปุ่น เป็น Green Logistics Equipment ด้วยหลักการแปลงแอมโมเนียเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ก่อนปล่อยเข้าสู่ห้องเย็น พร้อมติดตั้งระบบตรวจจับการรั่วไหลแอมโมเนียที่ทันสมัยภายในคลังสินค้าด้วย เป็นต้น

ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์จึงเป็นปัจจัยที่ส่งเสริมการลดการสูญเสียอาหารในห่วงโซ่อุปทานได้ด้วยการให้บริการแบบ Cold Supply Chain Solution ภายใต้การบริหารจัดการอย่างมืออาชีพที่คำนึงถึง คุณภาพ ประสิทธิภาพ และการรักษาสมดุลตามธรรมชาติ (เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม) อย่างสอดคล้องและลงตัว ธุรกิจทางด้านอาหารจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง และยังต้องการการบริการ Cold Chain ตราบเท่าที่มนุษย์ยังคงต้องการปัจจัยสี่ในการดำรงชีวิต ซึ่งในอนาคตข้างหน้ารูปแบบของความต้องการอาหารอาจจะมีปัจจัยอื่นมากระทบเพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดทางด้านเวลาของ “การเน่าเสีย/อายุของผลิตภัณฑ์” ที่ทำให้ผู้คนที่อยู่ห่างไกลสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้และทำให้เราต้องปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการทั้งห่วงโซ่อุปทานในรูปแบบใหม่อีกก็เป็นได้

เรียบเรียงโดย BLOG.SCGLogistics

อ้างอิงและรูปภาพ  linkedin.com(Neveen Joshi), bloomberg,com, flickr.com, SCG Nichirei Logistics Service

Share this post