7 ความท้าทายที่จะเกิดขึ้นในปี 2020 กับ Procurement และ Supply Chain

business and supply chain challenge and risk that might happen in 2020

หลายปีที่ผ่านมาบริษัทต่างๆ เน้นเรื่องการประหยัดต้นทุนมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ จะเน้นการประหยัดจากต้นทุนค่าวัตถุดิบ ค่าบริการ และการขนส่งสินค้า ซึ่งทุกวันนี้กระบวนการทำงานต่างๆมีความซับซ้อนมากขึ้น อันเนื่องมาจากกฎระเบียบด้านกฎหมาย ความมั่นคงและจริยธรรมต่างๆที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัท แต่ยังส่งผลต่อแบรนด์และภาพลักษณ์อีกด้วย

โดยในอนาคต พนักงานจัดซื้อจะไม่เพียงแต่ทำหน้าที่จัดซื้อเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องทำหน้าที่เป็นเสมือนผู้คุ้มกันแบรนด์ คอยสนับสนุนกระบวนการทำงาน/practice และนวัตกรรมต่าง ๆ เพื่อใช้ในการพัฒนาสินค้าหรือบริการใหม่ ๆ ของบริษัท ฉะนั้น บริษัทที่เปิดรับมุมมองของทีมจัดซื้อที่เปลี่ยนไปได้ มีแนวโน้มที่จะทำให้บริษัทสามารถพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น

เมื่อความท้าทายต่างๆ สามารถกลายเป็นอุปสรรคต่อการเปลี่ยนแปลงด้าน supply chain พนักงานจัดซื้อที่สามารถวางแผนและดำเนินการเพื่อให้บริษัทมีความพร้อมในอนาคตได้ จะต้องมองเห็นถึงความสำคัญของประเด็นต่างๆ ดังต่อไปนี้

  1. ความเสี่ยง:ภายในปี 2020 การจัดการความเสี่ยงในการจัดซื้อจะประสบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยการประยุกต์กลยุทธ์แบบองค์รวม โดยจะคำนึงถึงการคำนวนระดับความเสี่ยง/Risk Exposure การบรรเทาความเสี่ยง (Risk Mitigation) และความเสี่ยงด้าน transfer pricing
  2. ความมั่นคง: หน้าที่ความรับผิดชอบของการจัดซื้อจะเป็นมากกว่าการจัดการด้านต้นทุน นั่นคือจะกลายเป็นการเสาะหาการพัฒนา supply chain ที่สามารถสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและคุณค่าทางสังคมได้
  3. การบูรณาการ: ทีมจัดซื้อจะต้องตระหนักถึงข้อมูลของซัพพลายเออร์และตลาดทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมของธุรกิจ รวมไปถึงข้อมูลความต้องการของตลาดด้วย ทีมจัดซื้อที่มีความเข้าใจในเรื่องดังกล่าว จะมีบทบาทสำคัญต่อการแชร์ข้อมูลด้านต้นทุนทั้ง internal cost และ external cost ให้กับคนทั่วทั้งองค์กร และยังเป็นเหมือนแหล่งข้อมูลขององค์กรในการติดตามข้อมูลต่าง ๆ ที่นอกเหนือจากเรื่องต้นทุนด้วย ในขณะที่องค์กรกำลังให้ความสำคัญเกี่ยวกับความมั่นคงและความรับผิดชอบต่อสังคม ทีมจัดซื้อสามารถเป็นตัวช่วยในการระบุกระบวนการทางธุรกิจที่สามารถก่อให้เกิดความมั่นคงและความรับผิดชอบต่อสังคมได้เช่นกัน
  4. การเงิน: ในอนาคตผู้จัดการของหน่วยงานจัดซื้อจำเป็นที่จะต้องพัฒนาทักษะของตนเองให้กว้างขวางมากขึ้น เพื่อให้สามารถช่วยเหลือองค์กรในการปรับตัวใหเข้ากับความท้าทายต่างๆในอนาคตที่มีความซับซ้อนมากขึ้น รวมถึงช่วยพัฒนาด้านการเงินขององค์กรให้มีความแม่นยำด้วย ฉะนั้น องค์กรจะต้องสนับสนุนให้เกิดความสัมพันธ์อันดีระหว่างฝ่ายการเงินและฝ่ายจัดซื้อ เพื่อส่งเสริมทักษะของแต่ละฝ่ายให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น
  5. นวัตกรรม: ในปี 2020 หน่วยงานจัดซื้อจะกลายเป็นช่องทางหลักในการค้นหาวิธีการในการสร้างคุณค่าให้กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นพัฒนาสินค้าหรือบริการ ซึ่งจะต้องอาศัยการขับเคลื่อนด้านนวัตกรรมขององค์กรและอุตสาหกรรม ฉะนั้นทีมจัดซื้อจึงจำเป็นที่จะต้องมีความเชี่ยวชาญในเรื่องด้านวิศวกรรมศาสตร์ การออกแบบ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่มขึ้นด้วย เพื่อให้สามารถนำเอานวัตกรรมต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้กับงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  6. ความโปร่งใส: Social Media และการให้ความสำคัญกับความโปร่งใสของข้อมูลที่เพิ่มขึ้น จะเป็นตัวขยายระดับการพิจารณาการจัดซื้อของหน่วนงานจัดซื้อด้วย การเปลี่ยนแปลงนี้จะทำให้การจัดซื้อเป็นหนึ่งในฟังก์ชันขององค์กรที่ต้องมีความโปร่งใสมากที่สุด ผู้บริหารจะต้องกระตุ้นให้การทำงานของทีมมีการคำนึงถึงสังคมและองค์กรด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์เสียหาย ซึ่งในปี 2020 พนักงานจัดซื้อเองจะต้องสามารถพูดคุยกับลูกค้า หรือ หน่วยงานกำกับดูแล ได้อย่างมั่นใจว่า เราเป็นองค์กรที่ทำงานอย่างโปร่งใส
  7. ข้อมูล: เนื่องจาก Big data ได้เข้ามามีบทบาทต่อกระบวนการตัดสินใจขององค์กร ทำให้หน่วยงานจัดซื้อจะต้องสามารถทำ “Data Mining” และวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงได้ ซึ่งทักษะนี้จะเป็นทักษะที่สำคัญมากสำหรับหน่วยงานจัดซื้อในอนาคต ในปี 2020 ผู้นำของทีมจัดซื้อจะต้องอยู่กับข้อมูลมากมาย เช่น ข้อมูลธุรกรรมทางธุรกิจ /ทางการเงินแบบ real – time เป็นต้น ทำให้องค์กรต้องทำการประเมิน master data การจัดการข้อมูล และ ความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลของตนเองด้วย

ในอนาคตกระบวนการจัดซื้อจะสะท้อนภาพรวมของทีมว่าจะสามารถเป็นมากกว่าแค่ผู้ซื้อได้หรือไม่ องค์กรที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้ ก็จะมีความสามารถในการแข่งขันที่นำหน้าคู่แข่งรายอื่นๆ รวมถึงบทบาทของหน่วยงานจัดซื้อที่เปลี่ยนแปลงไป  ก็จะส่งผลให้หน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องมีบทบาทที่เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน การบริหาร supply chain ในอนาคตจึงต้องมีการพิจารณาและวางแผนที่ชัดเจนรอบคอบมากขึ้นด้วย

** ท่านสามารถ “Comment”(Log-in ก่อน)  กด “Like” กด “Share” บทความนี้ไปที่ Facebook ได้เลย ***
 

เรียบเรียงโดย BLOG.SCGLogistics
อ้างอิงและรูปภาพจาก industryweek.com, linkedin.com, pexels.com

Share this post