5 STEPS เพื่อให้ความ Creative อยู่กับเราเสมอ

Pink-and-white-umbrella-with-dark-stormy-cloud

ใครเคยรู้สึกว่า 24 ชั่วโมงของเรานั้นมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำมากมายเหลือเกินกันบ้างครับ? ซึ่งหลายๆท่านที่คิดแบบนี้จะมีความกังวลเกิดขึ้นตามมาอย่างแน่นอนถึงสิ่งที่ยังทำไม่เสร็จ ยังไม่ได้ทำ หรือ จะทำได้สำเร็จหรือเปล่า? การคิดถึงหลายสิ่งหลายอย่างที่ยังมาไม่ถึงนั้นจะกินพื้นที่ของระบบความคิดจนทำให้ไม่เหลือที่ว่างพอให้กับความคิดสร้างสรรค์ หรือ ไอเดียดีๆจากสมองซีกขวาของเราได้ทำงานกันเลย ถ้าลองมานั่งจัดระเบียบชีวิตใหม่ดี ๆ จะทำให้เราจัดอันดับสิ่งที่ควรทำก่อน-หลังได้ดีมากขึ้น ทำให้สมองของเราปลอดโปร่ง และ มีที่ว่างให้กับไอเดีย ความคิดสร้างสรรค์ ได้บรรเจิดออกมาครับ วันนี้เรามาทำความรู้จักกับ
5 STEPS เพื่อให้ความ Creative อยู่กับเราเสมอ จาก David Allen ผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกในเรื่องความ Productivity และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการให้คำปรึกษา และ Coaching ผู้บริหารในอเมริกา รวมถึงประเทศอื่นๆ

STEP 1. Capture ข้อมูลแต่ละวันด้วยการ “จด”

จากบทความ The Concept of Brain Management ระบุว่า แต่ละวันคนเรารับข้อมูลเข้ามาเท่ากับหนังสือพิมพ์ 174 เล่ม ซึ่งถือว่าเยอะมากเลยทีเดียว ทำให้สมองของเราเกิดการวอกแวกอยู่เสมอ ซึ่งอาการดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นได้ถึงประมาณ 500 ครั้งต่อวัน การวอกแวกนั้นจะทำให้เราไม่สามารถโฟกัสกับสิ่งที่กำลังทำอยู่ได้ ซึ่งวิธีที่จะช่วยเรื่องนี้ก็คือ อย่าแค่ใช้สมองจำ แต่ต้อง “จด” โดยการรวบรวมความคิดของเรา เพื่อให้ไม่หลงลืม อาจจะผ่านโทรศัพท์ สมุดโน้ต หรือ เครื่องมือใดก็ตามที่ทำให้เราได้ช่วยเหลือสมองไม่ให้จำหนักจนเกินไป

STEP 2. Clarify คิด/ตัดสินใจให้ชัดเจนว่าอะไรต้องทำ และต้องทำอะไร

เมื่อ “จด” และ “จำ” ได้แล้วนั้น ต่อมาต้องมาตัดสินใจให้ชัดว่า เราต้องทำอะไรกับมันหรือเปล่า? และถ้าต้องทำ เราต้องทำอะไรบ้าง? (what’s the next action) ยังไม่ต้องลงมือทำจริง แต่คิดให้จบในหัวว่า ถ้าเราจะต้องทำ Next Action ที่จะต้องทำต่อจากนี้คืออะไรบ้าง? เพื่อให้เห็นภาพเป็น scenario ที่ชัดเจน

STEP 3. Organize จัดระเบียบ จัดกลุ่ม

Scheduling in an agenda Free Photo

ขั้นตอนนี้คือ นำ Next Actions ที่เราคิด/ตัดสินใจเรียบร้อยแล้วในขั้น Clarify มาจด ไว้ใน To-do List และ เลือกใช้ตัวช่วยอย่างแอปฯ หรือ โปรแกรมที่สามารถช่วย Track หรือแจ้งเตือนว่า วันนี้มีงานอะไรบ้าง? อะไรที่ทำเสร็จไปแล้ว? อะไรควรทำวันนี้? หรืองานชิ้นต่อไปคืออะไร? เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องมาพะวง หรือมานั่งเสียเวลา List ใหม่ จัดระเบียบหมวดหมู่งานประเภทเดียวกันไว้ด้วยกัน และกำหนดระยะเวลาการทำงานที่ชัดเจน เช่น งานที่ต้องใช้การวิเคราะห์ให้เวลา 2 ชั่วโมง งานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ให้เวลา 2 ชั่วโมง เป็นต้น

STEP 4. Engage ลงมือทำอย่างมั่นใจ

เมื่อเรา List งานทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว เราจะสามารถเลือกโฟกัสได้อย่างเหมาะสมตาม บริบท เวลาที่มี และ พลังงานร่างกาย สมองในตอนนั้นๆ ด้วย ทำให้เรารู้ได้เลยว่า ในสถานที่นี้ เราควรจะทำงานชิ้นใดก่อนดี เพราะ การจะลงมือทำงานบางอย่าง อาจจะไม่ได้เหมาะในทุกบริบท เช่น เมื่อเราอยู่ในสถานที่ที่ไม่มีสมาธิ จะให้นั่งเขียนงานที่ต้องใช้สมาธิ ใช้ความคิดสร้างสรรค์ หรือ ต้องใช้ความเงียบ ก็อาจจะไม่สามารถเขียนได้ อาจจะต้องเป็นการนั่งตอบ E-mail แทน การลงมือทำในสิ่งที่ควรทำอย่างถูกที่ ถูกเวลา และ เหมาะสมกับพลังงาน จะส่งผลดีต่อประสิทธิภาพของงานชิ้นนั้น ๆ อย่างแน่นอน

STEP 5. Reflect อัปเดตภาพรวมเพื่อ Rethink Recalibrate

เช็คภาพ Overview สักหน่อย ว่าสัปดาห์ที่ผ่านมามีงานอะไรบ้าง? ที่เราทำเสร็จสิ้นแล้ว อยู่ระหว่างการทำ หรือ ทำแล้วแต่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ เราจะได้เห็นว่างานทั้งหมดที่ทำนั้น มีส่วนผิดพลาดจุดไหนบ้าง? และ สามารถนำภาพรวมมาเป็นแนวทางในการวางแผนการดำเนินงานของเราในสัปดาห์ต่อไปได้อย่างเหมาะสม

5 STEPS ข้างต้นนี้ จะช่วยทำให้เรามีความเป็นระบบ ระเบียบ ในการดำเนินชีวิตมากขึ้น เมื่อจัดการตัวเองได้ดี เราจะมองเห็นว่าปัญหาคืออะไร? แนวทางการแก้ไขต้องทำอย่างไร? และ สามารถข้ามผ่านมันไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้าเราไม่มีระบบการจัดการที่ดี สมองก็มีแต่ความกังวล สะสมจนกลายเป็นความเครียด ลดความ creative ของคุณอีก

ท้ายนี้ ยังมีบทความดี ๆ ในหมวดหมู่ของ Logistics People อีกมากมาย สามารถติดตามได้ที่ https://www.scglogistics.co.th/th/blog/logistics-people/

อ้างอิงบทความ และ รูปภาพจาก : news.startupthailand.org, freepik.com

Share this post