เรือขับเคลื่อนอัตโนมัติ ลำแรกของโลก

รือบรรทุกสินค้าขับเคลื่อนอัตโนมัติลำแรกของโลก “Yara Birkeland” ที่จะโลดแล่นในมหาสมุทร ภายในปีหน้า และยังสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเที่ยบ เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมของโลกอีกด้วย “

ก่อนหน้านี้เราเคยได้กล่าวถึง “รถบรรทุกไร้คนขับ” นวัตกรรมทางด้านโลจิสติกส์ในอนาคต  ที่กำลังเป็นที่สนใจ และ ได้รับการพัฒนาจากบริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของโลกอย่างต่อเนื่อง เช่น Mercedes-Benz ที่ได้เปิดตัวรถบรรทุก Future Truck 2025 แล้ว เป็นต้นตลอดจน “Google Self-Driving Car” ของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Google ก็ยังเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนต่างเฝ้ารอที่จะชื่นชมความล้ำสมัยทางด้านเทคโนโลยี และคาดหวังว่านวัตกรรมนั้นจะสามารถเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และแก้ไขปัญหาทางด้านความปลอดภัยได้ดีขึ้น

มาบัดนี้ ดูเหมือนนวัตกรรมดังกล่าวได้ถูกต่อยอดไปยัง “เรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่” ที่จะกลายเป็น “Tesla of the Seas” หรือ “เรือบรรทุกสินค้าขับเคลื่อนอัตโนมัติ” ลำแรกของโลก ซึ่งวางแผนจะเปิดตัวในช่วงปลายปี พ.ศ. 2561 นี้  เรือสุดล้ำนี้มีชื่อว่า “Yara Birkeland” ซึ่งเป็นเรือเดินสมุทรบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ลำแรกของโลกที่สามารถท่องไปในมหาสมุทรและขนส่งสินค้าได้จริงภายในปี 2020  โดยในช่วงต้น (ปลายปี 2561) จะทดลองขนปุ๋ยล่องไปในมหาสมุทรประมาณ 37 ไมล์ หรือประมาณ 60 กิโลเมตร จากต้นทางโรงงานไปที่ท่าเรือเมือง Larvik ประเทศนอร์เวย์

การขับเคลื่อนเรือบรรทุกอัตโนมัตินี้ต้องอาศัยระบบ Global Positioning System (GPS) เรดาร์ กล้องและเซนเซอร์ กับ Electrical chip ที่ถูกออกแบบมาให้ตรวจจับ และ นำทางด้วยตัวเองไปรอบๆ ในมหาสมุทร และ เทียบท่าที่ท่าเรือได้ด้วย เรือลำนี้ถูกตีมูลค่าไว้สูงถึง 25 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 3 เท่าของเรือบรรทุกคอนเทนเนอร์ตามปกติ แต่จะใช้ลูกเรือ และเชื้อเพลิงน้อยกว่า ซึ่งนั่นทำให้สามารถลดต้นทุนการดำเนินงานได้ถึง 90%  ตามแผนแล้วเรือบรรทุกอัตโนมัตินี้จะถูกสร้างและใช้งานได้จริงภายในสิ้นปีหน้าถึง 100 ลำแต่ในระยะแรกจะอาศัยลูกเรือในการควบคุมการเดินทางเบื้องต้นก่อน

Yara Birkeland จะกลายเป็นเรือบรรทุกสินค้าอัตโนมัติที่ใช้พลังงานไฟฟ้าซึ่งเป็นพลังงานสะอาดลำแรกของโลก (สามารถซื้อเชื้อเพลิงในราคาถูกกว่าพลังงานจากฟอลซิล) โดยจะไม่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมา การพัฒนาเรือลำนี้เพื่อที่จะลดต้นทุนค่าแรงงานและเชื้อเพลิง โดยสามารถทดแทนรถบรรทุกได้ถึง 40,0000 คันเลยทีเดียว นอกจากนี้ เรือลำนี้สามารถบรรทุกสินค้าได้ถึง 120 ตู้คอนเทนเนอร์ และ loading/unloading ตู้คอนเทนเนอร์ได้แบบอัตโนมัติด้วยเครนไฟฟ้า

ไม่เพียงแต่บริษัทสัญชาตินอร์เวย์นี้เท่านั้นที่มุ่งมั่นพัฒนาและใช้ศักยภาพของเทคโนโลยีอย่างเต็มที่ แต่บริษัทสัญชาติอังกฤษอย่าง Rolls-Royce Holding กำลังลงทุนและพัฒนา “Robotic Ship” ที่สามารถเดินทางในทะเลได้ถึง 3,500 ไมล์ทะเล ด้วยพลังงานไฟฟ้า เรือลำนี้มีความยาวถึง 60 เมตร ถูกออกแบบมาเพื่อดำเนินภารกิจอย่างใดอย่างหนึ่งเช่น การลาดตะเวนและการเฝ้าระวังการตรวจสอบเหมืองหรือการตรวจสอบกองเรือต่าง ๆ

Rolls-Royce คาดหวังว่าเรือลำนี้เป็นเรืออัจฉริยะลำแรกของโลกด้วยระบบที่พัฒนนาขึ้นมา “Intelligent Awareness System” ที่ทำงานร่วมกับเซนเซอร์ “Augmented Reality” และ “Artificial Intelligence” ที่จะช่วยให้การปฏิบัติการต่าง ๆเป็นไปอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ในขณะที่การควบคุมเรือดังกล่าวจะถูกบัญชาการด้วย “Holographic Control Room” บนฝั่งด้วย ซึ่งระบบ “autonomous ship control system” ในห้องดังกล่าว สามารถระบุตำแหน่งของก้อนน้ำแข็งในทะเล เรือ Tug boat หรือยานพาหนะต่าง ๆ ในทะเลที่ลูกเรือไม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ซึ่งทุกวันนี้ Rolls-Royce มีเทคโนโลยีมากมายที่สามารถสร้าง Intelligent ships ในอนาคตได้อย่างดี

นอกจากนี้ Rolls-Royce ยังมีแผนที่จะนำ “Drone boats” ที่สามารถควบคุมระยะไกลได้มาใช้ในทดแทนเรือบรรทุกสินค้า ในขณะที่จะมีการพัฒนา “Virtual Deck” ในประเทศนอร์เวย์ที่สามารถควบคุมและบริหารเรือดังกล่าวที่ไหนก็ได้ในโลก “Drone Ship” จะมีความปลอดภัยกว่า ถูกกว่าและลดมลพิษได้มากกว่า และสามารถขนส่งสินค้าได้มากกว่าเรือบรรทุกทั่วไปอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม หวังว่านวัตกรรมเหล่านี้จะยังประโยชน์ให้กับอุตสาหกรรมด้านโลจิสติกส์ในอนาคต และช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมให้กับโลกได้อย่างยั่งยืนด้วย

เรียบเรียงโดย BLOG.SCGLogistics

อ้างอิงและรูปภาพจาก  wsj.com, designboom.com, km.kongsberg.com, popsci.com, defensenews.com, pexels.com

Share this post