เทคโนโลยีการขนส่งสินค้าที่จะมาแรงในปี 2017

ปัจจุบันเทคโนโลยีต่างๆก้าวหน้าอย่างรวดเร็วมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง “Internet Of Thing (IoT)”  Big Data Analytic หรืออื่นๆอีกมากมาย ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวเหล่านี้มีส่วนที่จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมทางด้านโลจิสติกส์เป็นอย่างมาก ยกตัวอย่าง ในอดีตเวลาซื้อสินค้า เราไม่สามารถติดตามสถานะการขนส่งสินค้าได้ว่าอยู่ที่ไหนและจะมาถึงปลายทางเราเมื่อไร แต่เพราะความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทำให้ข้อมูลต่างๆเชื่อมต่อกัน จนสามารถรู้ได้ว่า สถานะของสินค้าเป็นอย่างไร หรือไม่ว่าจะเป็น รถยนต์ไร้คนขับ โดรนที่ใช้ในการขนส่ง และ ระบบหุ่นยนต์อัตโนมัติต่าง ๆ ก็ได้เข้ามามีบทบาทกับธุรกิจในปัจจุบันมากขึ้น ซึ่งในปี 2017 นี้ จะมีเทรนด์ที่น่าสนใจอะไรบ้าง มาติดตามกันเลย!

1. การประยุกต์ใช้ IoT, RFID และ AIDC เพิ่มขึ้น

1.1) IoT : สำหรับ IoT ได้มีการใช้งานกันบ้างในปัจจุบัน แต่ส่วนใหญ่จะประยุกต์ใช้งานในการสื่อสารกับผู้บริโภค และสร้างความมั่นใจในการขนส่งสินค้าผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลที่มาจากหลายแหล่ง ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่ง  ลดความเสียหายที่เกิดจากการที่เครื่องจักรไม่ทำงาน และลดความซับซ้อนของกระบวนการทำงาน โดยในปีที่ผ่านมา IoT ถูกคาดหวังว่าจะมีบทบาทในกระบวนการขนส่งมากกว่านี้ เช่น การเชื่อมต่อ IoT กับเทคโนโลยีอื่นๆไม่ว่าจะเป็น Bluetooth, RFID และ AIDC เพื่อระบุหาส่วนที่จะต้องปรับปรุงในกระบวนการขนส่ง รวมถึงควรจะช่วยทำให้กระบวนการทำงานง่ายขึ้น เช่น การติดตามอุณหภูมิ หรือ การติดตามการขนส่ง เป็นต้น

 1.2) RFID (Radio Frequency Identification) : RFID เป็นอุปกรณ์เซนเซอร์ที่ใช้สำหรับการขนส่งของผู้ให้บริการขนส่ง ในชช่วงแรก RFID มีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งที่ค่อนข้างสูงแต่ลดลงเรื่อยๆในระยะเวลา 2 – 3 ปีที่ผ่านมา ทำให้ธุรกิจสามารถจัดซื้อได้ ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า บริษัทขนส่งหลายเจ้าจะหันมาประยุกต์ใช้ RFID มากขึ้น เช่นใน  คลังสินค้า ซึ่งใช้ในการบริหารจัดการสินค้าคงคลังสำหรับจัดส่งที่เหมาะสมและปริมาณถูกต้องชัดเจน หรือเพื่อปรับปรุงความถูกต้องในการติดตามสถานะของสินค้า เป็นต้น

 1.3) AIDC (Automatic Identification and Data Capture) : AIDC ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในบริษัทขนส่ง ซึ่งเริ่มต้นจากการนำ Bluetooth และ RFID มาใช้ ทำให้มีการอัพเดตสถานะของการขนส่งที่หลากหลายแบบอัตโนมัติ โดยอาศัยการทำงานผ่าน handheld และ automatic scanners ส่งผลให้เราสามารถเข้าถึงข้อมูลแบบ real – time ได้ เช่น สถานที่ในการจัดส่ง ระยะเวลาประมาณการณ์ในการจัดส่ง และข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ เป็นต้น

2. การนำ Bluetooth Technology มาใช้มากขึ้น

ขณะที่ IoT มีบทบาทที่ชัดเจนในอุตสาหกรรมขนส่ง แต่หลายบริษัทเองก็ได้ให้ความสนใจกับระบบ Bluetooth มากขึ้น เนื่องจาก Bluetooth เป็นเทคโนโลยีที่ต้นทุนต่ำ ไม่สิ้นเปลืองการใช้พลังงาน และเป็นอุปกรณ์ขนาดเล็ก ที่สามารถส่งเสริมการติดตามสถานะของการขนส่งสินค้าได้ ซึ่งในปี 2017 นี้มีการคาดการณ์ว่า Bluetooth จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในอุตสาหกรรมการขนส่งในทุกระดับ (ตั้งแต่การขนส่ง หรือ งานเอกสาร) ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่สะดวกที่สุดสำหรับการพัฒนากระบวนการในการติดตามสถานะของสินค้า ความถูกต้องในการขนส่ง และระยะเวลาในการขนส่งสินค้า ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและท้ายที่สุดเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าได้อีกด้วย

3.  การเติบโตของโซลูชั่นสำหรับธุรกิจ e-Commerce

การค้าขายออนไลน์ (e-commerce) จะเป็นการดำเนินธุรกิจแบบ B2C ซึ่งส่งผลตามมาต่อธุรกิจขนส่ง เพราะธุรกิจขนส่งจะต้องมีการใช้ฐานข้อมูลที่มาจากแหล่งต่าง ๆ ในการวิเคราะห์ประสิทธิภาพการให้บริการ ตลอดจนการติดตามสถานะของสินค้าระหว่างการขนส่งอีกด้วย ซึ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจ on-line อย่างมาก เพื่อช่วยให้กระบวนการเก็บข้อมูล และ การวิเคราะห์เป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ลดต้นทุนของธุรกิจ และที่สำคัญคือ ช่วยเพิ่มความพึงพอใจให้กับลูกค้า ฉะนั้น e-commerce จะกลายเป็นโอกาสทางธุรกิจสำหรับอุตสาหกรรมขนส่งในอนาคต และยิ่งเราอยู่ในยุคที่ทุกอย่างต้องรวดเร็ว ช้าไม่ได้ เทคโนโลยีต่าง ๆ ก็พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว หากธุรกิจต้องการที่จะรักษาฐานลูกค้า และ พัฒนาประสิทธิภาพของการทำงานไปด้วย ก็เหมือนเป็นการบังคับว่าธุรกิจจะต้องนำเอาแพลตฟอร์ม on-line มาใช้สำหรับธุรรกิจของตนด้วย

ฉะนั้น หากธุรกิจไม่สามารถลงทุนได้เองในกระบวนการทางด้านโลจิสติกส์ การมองหาผู้ให้บริการขนส่งที่มีความเชียวชาญและศักยภาพในการเติบโตในอนาคตเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งในฐานะลูกค้าแล้ว แน่นอนว่าทุกคนย่อมคาดหวังที่จะได้รับการบริการที่ดีที่สุด ในขณะที่ต้นทุน/ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเหมาะสมที่สุด อย่างไรก็ตาม การระบุบริษัทที่มีการบริการที่ดี แต่ราคาถูกในตลาดถือเป็นเรื่องยากมาก ฉะนั้นต้องอาศัยการวิเคราะห์หลายๆ ปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น ราคา ผลตอบรับ/ความพึงพอใจของลูกค้า ความเชี่ยวชาญ ประสิทธิภาพในการทำงาน และอื่นๆ เพื่อดูว่า บริษัทใดที่สามารถขนส่งสินค้าได้อย่างรวดเร็ว มีความถูกต้องแม่นยำ มี solutions ที่มีประสิทธิภาพ และเหมาะสมกับสินค้าของธุรกิจที่สุด

** ท่านสามารถ “Comment”(Log-in ก่อน)  กด “Like” กด “Share” บทความนี้ไปที่ Facebook ได้เลย ***

เรียบเรียงโดย BLOG.SCGLogistics

อ้างอิงและรูปภาพจาก  freightorgator.com, wiki.com, pexels.com

Share this post