อยากขายดี ! ต้องรู้ Demand Creation และ Demand Fulfillment ที่ eCommerce ห้ามพลาด

demand creation and demand fulfillment for ecommerce business

อยากขายดี ! ต้องอ่านเลยครับ กับ สรุปเนื้อหางาน Webinar ที่จัดโดย CEBIT ASEAN Thailand ในหัวข้อ eCommerce Day “ How you can ride a wave of eCommerce during and after COVID-19 ? ” มีใครเข้าฟังบ้างเอ่ย?? โดยภายในงาน ทาง SCG Logistics ได้พูดเรื่องของการทำ eCommerce และ Logistics Solution สำหรับร้านค้าออนไลน์ ซึ่งจะใจความสำคัญมีอะไรบ้างไปดูกันเลยครับ ใครอยากขายดี

ผลกระทบของ COVID-19

การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้หลาย ๆ ประเทศ รวมถึงประเทศไทยมีมาตรการ Lockdown ส่งผลให้ GDP ของทั่วโลกตกลงอย่างมาก ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วทั่วโลก GDP เฉลี่ยลดลง 3.2% แต่ประเทศไทย เนื่องจากเป็นประเทศที่เน้นการท่องเที่ยวเป็นหลัก ผลกระทบจากมาตรการ Lockdown จึงรุนแรงกว่าปกติ โดย GDP ภาพรวมของไทย จากการ lockdown 2 เดือน ลดลงถึง 5.4%

ไม่เพียงแต่ GDP ของประเทศ แต่ถ้ามองลึกลงมา มาตรการ Lockdown ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำนวนมาก ประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน ไม่เว้นแม้แต่บริษัทขนาดใหญ่เองก็ตาม ซึ่งทุก ๆ อุตสาหกรรมโดนผลกระทบหมด แต่ที่โดนหนัก ๆ จนต้องเรียก ICU กันเลย มีหลัก ๆ คือ 1.) โรงแรม 2.) ร้านอาหาร 3.) โรงงานผลิตอะไหล่ยนต์ 4.) สายการบิน และ 5.) สถานบันเทิง ซึ่งพอมีปัญหาทางการเงิน ก็ส่งผลให้บริษัทหลาย ๆ ที่ไปต่อไม่ได้ และ ปิดตัวลงไปแล้วกว่า 4,000 บริษัท และ มีการคาดการณ์ว่าจะมีผู้ว่างงานมากถึง 800,000 คน ( อ้างอิงข้อมูลจาก Krungsri Research, efinancethai และ Prachachat )

แต่ในวิกฤต ก็ยังมีโอกาส

เนื่องจากสถานการณ์นี้ ทำให้คนแทบไม่ออกไปไหน อยู่แต่บ้าน และ ซื้อของผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งกลุ่มสินค้าที่มียอดการซื้อขายผ่านออนไลน์เติบโตอย่างเหลือเชื่อ ประกอบไปด้วย 4 ประเภทคือ (อ้างอิงข้อมูลจาก brandinside.asia)

  1. สินค้าอุปโภคบริโภค โตขึ้น 29%
  2. สินค้าอาหารเสริม โตขึ้น 32%
  3. สินค้า IT โตขึ้น 44%
  4. อาหาร                       โตขึ้น 52%

ในเมื่อ eCommerce โตขนาดนี้ แล้วคุณเองจะ ทำให้ eCommerce ของคุณโตอย่างรวดเร็วได้อย่างไร ?? 

ในปัจจุบันได้มีผู้ให้บริการมากมาย ที่เรียกได้ว่า เจ้าของแบรนด์มีหน้าที่แค่ผลิตสินค้า ที่เหลือเรื่องของ Demand Creation ที่ดูแลเรื่อง Sales & Marketing ให้คุณ หรือแม้แต่ Demand Fulfillment ที่คอยดูแลเรื่องงาน Operation เค้าก็รับทำให้หมด แถมทำได้ดีจนบางทีดีกว่าเจ้าของทำเองเสียอีก เหมาะสำหรับพ่อค้าแม่ค้ายุคใหม่ ที่ควรเอาเวลาไปโฟกัสที่การพัฒนาสินค้า หรือ แผนธุรกิจ แทนที่จะมาทำงาน Routine

Demand Creation

หากคุณเป็นเจ้าของสินค้า อยากขายดี การทำให้เกิด Demand หรือ ความต้องการสินค้า เป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจ และ เรียนรู้เป็นอันดับแรก ๆ เลย โดยในปัจจุบันใคร ๆ ก็หันมาขายของออนไลน์กันเยอะมาก แต่มีน้อยรายที่จะมีลูกค้าประจำและอยู่รอดได้ (ธุรกิจออนไลน์ เข้าง่ายก็ออกง่าย) ซึ่งตรงนี้เอง จะมีคนคอยให้บริการตั้งแต่การทำการตลาด รวมไปถึงการตอบแชท การปิดการขายให้คุณด้วย แต่ถ้าคุณไม่อยากจ้าง ก็มีทริคดี ๆ มาฝากเหมือนกันนะครับ

1. เข้าถึงลูกค้าด้วยช่องทางที่หลากหลาย : อย่ายึดติดอยู่กับช่องทางใดช่องทางหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น คุณลงทุนทำเว็บไซต์ขึ้นมา ในใจคุณแน่นอนว่า อยากใช้เว็บไซต์ให้คุ้มกับเงินที่เสียไป แต่ถ้าเว็บไซต์ของคุณไม่ User Friendly หรือลูกค้าของคุณเคยชินกับการใช้ LINE, Facebook, IG, หรือ Marketplace ต่าง ๆ คุณก็ควรจะเอาตัวเองไปอยู่ตรงจุดนั้นด้วย

2. บริหารจัดการร้าน : เมื่อคุณมีหน้าร้าน(ออนไลน์)แล้ว การบริหารจัดการหน้าร้านเองก็สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการจัดหมวดหมู่สินค้า เพื่อให้ลูกค้าหาง่าย การออกแบบหน้าตาของร้านให้ดูดี ดูน่าเชื่อถือ หรือ มี Identity เป็นของตัวเอง ก็มีผลให้ลูกค้ามั่นใจในสินค้าของคุณมากขึ้น

3. การตลาด : รู้หรือไม่ว่าการโฆษณาออนไลน์ในสมัยนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ Facebook, Google หรือ YouTube เท่านั้น แอดมินจะขอแบ่งเป็น 2 ลักษณะใหญ่ ๆ เพื่อให้เข้าใจง่าย ๆ คือ
3.1) in-platform advertising หรือก็คือ การโฆษณาใน Platform ที่คุณนำสินค้าเข้าไปขาย ยกตัวอย่างเช่น Lazada หรือ Shopee เค้าไม่ได้เพียงให้คุณขายสินค้า แล้วเก็บ GP ของคุณ แต่เค้าสามารถโฆษณาสินค้าของคุณได้ด้วย เพื่อให้สินค้าของคุณติด Flash sale เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น
3.2) off-platform advertising หรือ การโฆษณาข้างนอก platform ขายสินค้า หรือก็คือ Facebook, Google, IG หรือ YouTube ที่ทุก ๆ คนรู้จักกันนั้นแหละครับ

Demand Fulfillment

เมื่อเราสร้างความต้องการสินค้าให้ลูกค้าได้แล้ว ต่อมาก็คือ การทำให้ความต้องการของลูกค้าได้รับการตอบสนองนั้นเอง โดยในขั้นตอนนี้ ความถูกต้องแม่นยำ และ เวลา เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะลูกค้าจ่ายเงินซื้อ ก็ต้องอยากได้ของที่เร็ว ถูกต้อง และ สถาพดีถูกไหมครับ ซึ่งเทคนิคที่จะช่วยเพิ่ม Speed ในการตอบสนองความต้องการของลูกค้า มีอยู่ 6 ข้อด้วยกันดังนี้ครับ

1. Order Management : การจัดการออเดอร์ ให้มีความเรียบร้อย ว่าออเดอร์ที่ลูกค้าสั่งซื้อสินค้าเข้ามา จะถูกจัดเก็บอย่างไร ให้ง่ายต่อการจัดการ และ ที่สำคัญรวดเร็ว ยกตัวอย่างเช่น การทำเทมเพลต Excel ไว้ 1 อัน แล้วหยอดข้อมูลเข้าไป วิธีนี้ก็จะง่ายหน่อย Manual แบบนี้อาจจะทำให้คีย์ข้อมูลผิดได้ หรือ ถ้ามีงบประมาณขึ้นมา ควรจะใช้ระบบที่เรียกว่า API ในการเชื่อมต่อข้อมูลจากช่องทางการขายของคุณมาแบบออโต้เลย ไม่ต้องคีย์ ซึ่งจะประหยัดเวลา และที่สำคัญ ข้อมูลไม่ผิดพลาดแน่นอน

2. Storage : การทำสต็อก เป็นเรื่องปวดหัวมากสำหรับร้านค้าออนไลน์ เพราะการขายหลายช่องทาง คุณจำเป็นจะต้องแยกสต็อกไว้สำหรับช่องทางนั้น ๆ เช่น Lazada สต็อกก้อนนึง Shopee อีกก้อนนึง ทีนี้มันจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น คือ ช่องทางนึงขายหมดก่อน ทำให้ไม่มีขาย แต่อีกช่องทางเหลืออยู่ ทำให้มีค่าเสียโอกาสเกิดขึ้น หลาย ๆ คนอาจจะใช้วิธีว่า ก็ใส่เลขให้เยอะ ๆ เข้าไว้ทั้ง 2 ที่ แต่เมื่อตัวเลขไม่สะท้อนจำนวนสินค้าที่เหลืออยู่จริง ๆ ความวุ่นวายจะบังเกิดขึ้นอีกครั้ง กรณีที่ลูกค้าซื้อสินค้า แล้วจ่ายเงินมา แต่คุณไม่มีของให้เค้า … ฉะนั้น การแยกสต็อกโดยคำนวนการขายของแต่ละช่องทางอย่างแม่นยำ และ การนับสต็อกอย่างต่อเนื่องเป็นเรื่องสำคัญ แต่ถ้าไม่อยากแยก (แน่นอนว่าใครจะอยากแยก) ก็จะมีระบบที่สามารถรวมสต็อกของช่องทางการขายต่าง ๆ มาไว้ในที่เดียวได้

3. Pick / Pack : การหยิบ และ แพ็คสินค้า มหากาพย์เลยครับกับขั้นตอนนี้ ก่อนอื่นเบสิก การหยิบสินค้าเราควรหยิบสินค้าแบบ FIFO (First-in, First-out) แต่ถ้าสินค้ามีวันหมดอายุ ก็ควรหยิบแบบ FEFO (first-expire, First-out) หยิบเสร็จ เอามาแพ็คอันดับแรกต้องตรวจสอบสภาพของสินค้าก่อนจะแพ็คใส่กล่อง ว่าไม่มีความเสียหายใด ๆ กับสินค้า แพ็คสินค้าใส่วัสดุกันกระแทกให้เรียบร้อย หรือถ้าเพิ่ม Gimmick ให้ลูกค้า เช่นการผูกโบว์ การแนบการ์ดขอบคุณ หรือ ใส่ของแถมไปเซอร์ไพรส์ ลูกค้าก็จะประทับใจมากขึ้น

4. การขนส่ง : ข้อนี้ไม่มีอะไรมาก คือการเอาพัสดุไปส่งกับผู้ให้บริการขนส่ง แนะนำให้ทำเป็นรอบ ๆ เพื่อให้จัดการง่าย ๆ เช่น ตัดรอบทุก ๆ บ่ายโมงของวัน ออเดอร์หลังจากบ่ายโมง จะส่งในวันถัดไป !   หรือ คุณไม่อยากออกไปส่งที่สาขา คุณสามารถเรียกให้เค้าเอารถเข้ามารับได้นะ แต่อาจจะต้องเผื่อวันไว้อีก 1 วัน

5. การวิเคราะห์ข้อมูล : เป็นเรื่องที่หลาย ๆ คนมองข้าม เพราะแค่ขายแล้วมาแพ็คของส่ง เวลา 24 ชั่วโมงก็แทบจะไม่เหลือกันแล้ว แต่อยากให้เจียดเวลามาทำส่วนนี้เพิ่มหน่อยนะครับ มันจะทำให้ธุรกิจคุณเปลี่ยนเลย อาจจะเริ่มจาก เอาข้อมูลของลูกค้าที่ซื้อสินค้าไป มาดูว่า สินค้าประเภทไหนขายดี SKU ไหนนิยม ทำออกมาเป็นกราฟดูง่าย ๆ คุณจะวางแผนการผลิต และ การตลาดได้ง่ายขึ้นมาก หรือ ถ้าไม่วิเคราะห์การขาย มาวิเคราะห์ Operation ก็ได้ครับ ว่าเกิดข้อผิดพลาดอะไรไป แล้วจะทำอย่างไรที่จะเป็นการ Fool Proof ไม่ให้เกิดเรื่องแบบเดิมซ้ำ

ทั้งนี้ หากคุณรู้สึกว่าทำเองทั้งหมดนี้ไม่น่าจะไหว อยากให้เปิดใจ ลองคุยกับเรา Fulfillment by SCG Logistics ก่อนนะครับ ว่าเราจะช่วยให้ธุรกิจ eCommerce ของคุณดีขึ้นได้อย่างไรบ้าง

สามารถคุยกับเราได้ที่
LINE : @scglfulfillment
Facebook : SCG Logistics
Website : scglogistics.co.th หรือ
โทร : 02 586 6777 – 1

Share this post