สิ่งสำคัญที่ต้องรู้ก่อนเลือกบริษัทจัดการคลังสินค้า

มีคำเปรียบเปรยว่า คลังสินค้า คือ แหล่งการเงินของบริษัท หากคุณมีระบบหรือมีบริษัทจัดการคลังสินค้าที่ดี ก็จะช่วยให้ระบบการทำงานของคุณนั้นเกิดความราบรื่นมากยิ่งขึ้น เพราะบริษัทจัดการคลังสินค้าเหล่านี้ จะเข้ามาช่วยดูแล ในส่วนของการบริหารจัดการสินค้า ทั้งการจัดแยกสินค้าในแต่ละประเภท การเก็บรักษาสินค้าในพื้นที่ที่เหมาะสม  มีการควบคุม ดูแล ตรวจสอบคุณภาพ และนับจำนวนสินค้าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้คุณสามารถวางแผนได้อย่างดีว่าควรจะสั่งซื้อหรือผลิตสินค้าชนิดไหนเพิ่มเติมอีกบ้าง เป็นต้น

ซึ่งการมองหาผู้ช่วยอย่างบริษัทจัดการคลังสินค้านั้น นอกจากจะเข้ามาช่วยเพิ่มความคล่องตัวให้กับการทำงาน ยังจะช่วยให้คุณได้เห็นภาพรวมของสินค้า ที่จะส่งผลดีต่อการวางแผนด้านการตลาดอีกด้วย

วันนี้เราจะพาไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนของการจัดการคลังสินค้าให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากที่สุด

warehouse-management-process-operation

ขั้นตอนการจัดการของบริษัทคลังสินค้าเพื่อการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ

บริษัทจัดการคลังสินค้าที่มีประสิทธิภาพมักจะนำการจัดการคลังสินค้าออนไลน์เข้ามาปรับใช้ เพื่อให้คุณจัดการคลังสินค้าของคุณได้อย่างเป็นระบบ ช่วยให้ง่ายต่อการตรวจสอบความเคลื่อนไหวของสินค้า เพิ่มความแม่นยำต่อการรับออเดอร์จากลูกค้า รวมถึงนับจำนวน ควบคุมและตรวจสอบสินค้าได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น ซึ่งการจัดการคลังสินค้าออนไลน์ให้มีประสิทธิภาพนั้นมีด้วยกัน 5 ขั้นตอน นั่นคือ

1. การจัดเก็บสินค้าอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบ ค้นหาสินค้า

หากจะกล่าวว่า “คลังสินค้า” มีความสำคัญต่อการทำธุรกิจก็คงไม่ผิดนัก เพราะเป็นสถานที่ในการเก็บรักษาสินค้าให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสม และพร้อมส่งมอบให้กับลูกค้าหากมีการสั่งซื้อ ซึ่งบริษัทที่จัดการคลังสินค้านั้น จำเป็นที่จะต้องมีระบบการจัดการที่ดี โดยเฉพาะการนำระบบออนไลน์มาใช้ในคลังสินค้า เพื่อช่วยให้สามารถควบคุม ตรวจสอบ ค้นหาสินค้า และจัดการจุดบกพร่องต่างๆ ผ่านระบบออนไลน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยที่คุณ ในฐานะผู้เช่าคลังสินค้า ไม่จำเป็นจะต้องเข้าไปจัดการด้วยตัวเอง เพราะระบบที่ดี จะช่วยคุณบริหารจัดการเรื่องเวลา พร้อมลดข้อบกพร่องที่อาจเกิดจากความผิดพลาดของการบริหารจัดการคลังสินค้าได้เป็นอย่างดี ซึ่งระบบคลังสินค้าออนไลน์ที่ดีจะต้องไม่มีช่องโหว่หรือมีน้อยที่สุด และสามารถตรวจสอบการทำงานได้ตลอดเวลา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาตามมาได้

2. ตรวจสอบคุณภาพสินค้าเป็นประจำ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของลูกค้า

การตรวจสอบคุณภาพสินค้าเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากที่จะต้องมีการจัดการดูแลตั้งแต่เริ่มรับสินค้าเข้าคลังสินค้า ไปจนถึงขั้นตอนการกระจายสินค้าตามออเดอร์ ซึ่งบริษัทจัดการคลังสินค้าที่ดีจะต้องมีการตรวจสอบคุณภาพของสินค้าเป็นประจำ เพื่อช่วยรักษาผลประโยชน์ของลูกค้า อีกทั้งยังจะเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าที่กำลังตัดสินใจเลือกบริษัทจัดการคลังสินค้า ให้เข้ามาดูแลอีกด้วย

quality-control-checking-in-warehouse

3. ตรวจสอบจำนวนสินค้าในคลังอย่างสม่ำเสมอ

นอกจากเรื่องของคุณภาพสินค้าแล้ว อีกสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันเลยที่บริษัทจัดการคลังสินค้าจะต้องให้ความสนใจก็คือการตรวจสอบจำนวนสินค้าที่อยู่ในคลังสินค้าอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการรับสินค้าใหม่เข้ามาในคลัง การนำสินค้าออกจากคลังหรือเมื่อมีออเดอร์ออกไป ก็ควรที่จะต้องมีการนับสต๊อกสินค้าคงเหลือทุกครั้ง เพื่อให้ทราบจำนวนที่แท้จริงว่าจะเหลือสินค้าคงคลังเท่าไหร่ และควรที่จะต้องมีการสั่งสินค้าเข้ามาเพิ่มหรือไม่ ซึ่งการตรวจนับจำนวนสินค้า หรือการนับสต๊อกนั้น สามารถทำได้หลากหลายวิธีด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น

  • การนับสินค้าเป็นงวด (Periodic Inventory) เป็นการนับสินค้าที่ทำเป็นประจำปีละครั้ง เพื่อตรวจสอบสินค้าคงคลัง แต่การตรวจนับสินค้าประเภทนี้นั้นจะเป็นการตรวจเพื่อนับสินค้าคงคลัง อาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดได้ ซึ่งการตรวจนับสินค้าประเภทนี้อาจทำให้เกิดปัญหาเรื่องขาดแคลนสินค้าหรือมีสินค้ามากเกินไป อีกทั้งยังต้องใช้บุคลากรจำนวนมากอีกด้วย
  • การนับสินค้าเป็นรอบ (Cycle Count) เป็นการนับสินค้าที่ต้องทำอยู่บ่อยๆ และทำทุกวัน เพื่อช่วยให้ทราบสถานะของสินค้าว่าเพียงพอต่อความต้องการหรือไม่ ซึ่งการนับสินค้าเป็นรอบนั้นจะเข้ามาช่วยจัดการและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับการนับสินค้าเป็นงวด โดยการนับสินค้าแบบนี้จะต้องกำหนดและแยกสินค้าให้อยู่ในหมวด A, B และ C ว่าเป็นสินค้าที่มีความสำคัญมากไล่ไปยังสินค้าที่มีความสำคัญน้อยลงมา เมื่อแบ่งประเภทแล้ว จะช่วยให้สามารถจัดสรรเวลาและวางแผนการนับสินค้าได้อย่างจำกัด เพื่อให้สต๊อกได้รับการตรวจนับอย่างสม่ำเสมอ สามารถแก้ไขได้อย่างทันท่วงที

4. แพ็คสินค้าให้เหมาะสมกับขนาดสินค้า เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าเสียหายขณะจัดส่ง

การจัดการแพ็คสินค้านั้นควรที่จะต้องมีการแพ็คให้เหมาะสม บริษัทจัดการคลังสินค้าที่มีบริการในส่วนนี้ควรที่จะต้องพิจารณาถึงขนาดของสินค้าไปจนถึงประเภทของสินค้า เพื่อให้สามารถแพ็คสินค้าได้อย่างเหมาะสม ควรที่จะต้องมีอุปกรณ์กันกระแทกและบรรจุภัณฑ์ที่แข็งแรง เพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าปลายทางที่ได้รับสินค้านั้นๆ กลับไป

5. มีการบริหารจัดการส่งที่หลากหลายและเหมาะสมต่อความต้องการของลูกค้า

นอกจากการจัดการคลังสินค้าให้มีประสิทธิภาพแล้ว การบริการขนส่งสินค้าที่เหมาะสมก็เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึง เนื่องจากลูกค้าปลายทางแต่ละรายจะเลือกรูปแบบการจัดส่งที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นการจัดส่งและรับสินค้าทันทีภายในวันนั้น หรือจะเป็นการจัดส่งสินค้าตามรอบที่กำหนดเอาไว้ ซึ่งการให้บริการในส่วนนี้ ควรที่จะต้องมีช่องทางการจัดส่งให้เลือกอย่างหลากหลาย ควบคู่ไปกับบริการที่เป็นมิตร รวดเร็ว มีความปลอดภัย เพื่อให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจมากที่สุด ซึ่งการเลือกบริษัทคลังสินค้าที่มีรูปแบบการขนส่งที่หลากหลาย สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งให้เหมาะสมกับสินค้า จะช่วยตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการได้มากที่สุด

working-in-warehouse

สำหรับการเลือกบริษัทจัดการคลังสินค้านั้น ควรที่จะต้องเลือกบริษัทที่มีการจัดการที่ดี ไม่มีช่องโหว่หรือมีน้อยที่สุด เพื่อให้คุณสามารถจัดการบริหารคลังสินค้าได้เป็นอย่างดีและมีประสิทธิภาพมากที่สุด อีกทั้งยังสามารถตรวจสอบการทำงานได้ในทุกๆ ขั้นตอน ป้องกันการเกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาในภายหลัง ที่ SCG Logistics เรามีระบบการจัดการคลังสินค้าที่มีประสิทธิภาพ สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม หากสนใจบริการ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่

อ้างอิงรูปภาพและบทความจาก : SCGLogistics, The Future of e-Logistics Virtual Exhibition, articles.cyzerg.com

Share this post