สมัยนี้…ทำไมต้องมี Lifelong Learning?

Why should we do Lifelong Learning
Why should we do Lifelong Learning ?

No one is too old to learn ” หรือ “ ไม่มีใคร แก่เกินเรียน ” เชื่อว่าหลายท่านอาจจะเคยได้ยินวลีนี้อยู่บ่อยครั้ง ก่อนหน้านี้เรามักจะจำกัดว่า “ความรู้” จะมีอยู่ในพื้นที่สถานศึกษาเท่านั้น และ ผู้ที่สำเร็จการศึกษาแล้วก็จะคิดว่าตนเองมีความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ที่เพียงพอต่อการประกอบอาชีพ และ ดำรงชีวิต แต่ในความเป็นจริง โลกใบนี้ไม่เคยหยุดหมุน เราจึงไม่สามารถหยุดการเรียนรู้ไว้ที่จุดใดจุดหนึ่งได้ แต่ต้องหมั่นศึกษาหาความรู้เพื่อให้ตัวเราดำเนินชีวิตให้ทันโลกเช่นกัน จึงกลายเป็นที่มาของแนวคิด “ การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ” แนวคิดดังกล่าว นับเป็น Soft Skills หนึ่งที่มีความจำเป็นต่อความสำเร็จในการทำงาน และ การดำเนินชีวิต ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของโลกด้วยพลังเทคโนโลยี

วันนี้เรามาทำความรู้จักกับ 4 นิสัยในการสร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) มีอะไรบ้าง มาดูกันเลย

1. SET เป้าหมาย ปลุกความท้าทาย สู่ความสำเร็จปลายทาง

ต้องรู้จักตั้งคำถามเชิงรุกกับตัวเองถึงเป้าหมายในแต่ละช่วงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายระยะสั้น หรือ เป้าหมายระยะยาว โดยต้องเป็นเป้าหมายที่ชัดเจนว่า ในแต่ละช่วงเวลาจะเก่งขึ้นในด้านใดบ้าง? เพื่อให้การพัฒนามีความเป็นรูปธรรมที่จับต้องได้ เช่น อีก 6 เดือนข้างหน้าอยากเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญด้านอะไร? ภายใน 1 ปีนี้ต้องทำเรื่องใดให้สำเร็จ? หนทางในการไปสู่ความสำเร็จที่คิดไว้ ต้องมีทักษะใดที่ต้องศึกษา หรือ ฝึกฝนเพิ่มเติมบ้าง? และ ในช่วงเวลาจังหวะชีวิตของเราตอนนี้ เราควรจะเรียนรู้เรื่องอะไรมากที่สุด? เพราะการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนจะทำให้เราเห็นภาพกระบวนการที่เป็นลำดับขั้นตอนในการไปสู่เป้าหมายนั้นได้ เปรียบเสมือนกับการก้าวเท้าขึ้นบันไดแต่ละขั้น เพื่อไปพบกับความสำเร็จที่อยู่ปลายทาง นอกจากเป้าหมายที่ชัดเจนนั้น ต้องเห็นคุณค่าของการพัฒนาตนเองด้วย โดยต้องตอบคำถามได้ว่า ทำไมคุณจึงต้องพัฒนาตนเอง? หากคุณค้นพบความหมายที่มีผลต่อชีวิตของคุณ การกระทำสิ่งใดให้ประสบความสำเร็จก็จะเป็นเรื่องที่ง่ายดายยิ่งขึ้น

2. เฟ้นหาจริตการเรียนรู้ที่ใช่ และ ทำตัวเป็นน้ำที่ไม่เต็มแก้ว

อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นว่าในปัจจุบัน การเรียนรู้ไม่ได้มาจากการอ่านตำราเพียงอย่างเดียว เราสามารถเรียนรู้จากการพูดคุยกับผู้ที่มีประสบการณ์จริง การฟังพอดแคสต์ ชมภาพยนตร์ การลงมือทำ หรือ แม้แต่การเรียนรู้จากความผิดพลาดในสิ่งที่ทำลงไปแล้ว เพราะแต่ละคนมีวิธีการเรียนรู้ที่ดีไม่เหมือนกัน หรือ ลองสร้างสิ่งแวดล้อมที่ทำให้รู้สึกสนุกที่จะเรียนรู้ เช่น ชอบกลิ่นหอมของกาแฟก็อาจจะนำหนังสืออ่านดี ๆ สักเล่มไปอ่านที่ร้านกาแฟ เป็นต้น รู้จักตนเองว่าจริตการเรียนรู้ที่ใช่สำหรับเราคืออะไร? และ ลงมือหาความรู้ด้วยวิธีการนั้นอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ การทำตนให้เป็นเหมือนน้ำที่ไม่เต็มแก้ว กระหายที่จะเรียนรู้ จะยิ่งทำให้เราสามารถพัฒนาตนเองให้เก่งกว่านี้ได้อีกหลายเท่า

3. อยากเป็นคนแบบไหน ไปอยู่ใกล้คนแบบนั้น

หากเราอยู่ใกล้ใคร และ ใช้ระยะเวลามากพอ เราจะซึมซับรับพฤติกรรม และ ความนึกคิดของคนที่เราอยู่ใกล้โดยไม่รู้ตัว ดังนั้น อยากเป็นคนแบบไหนให้เอาตัวไปอยู่ใกล้คนแบบนั้น ไฟที่มอดดับไปแล้วในตัวของคุณอาจจะลุกโชนขึ้นมาใหม่อีกครั้งด้วย Passion ของคนเก่งที่อยู่ใกล้ตัวคุณก็เป็นได้

4. ถึงเวลาลงมือทำ และ อย่าลืมประเมินผลที่เกิดขึ้นเสมอ

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ก็ได้เวลาที่คุณจะเริ่มลงมือทำแล้วล่ะ เพราะ การลงมือทำ คือ การเรียนรู้ที่ดีที่สุด และ การประเมินผลจากการลงมือทำนั้นเอง จะทำให้คุณได้เห็นข้อผิดพลาดรวมถึงผลประโยชน์ที่ได้รับ

คนที่รู้จักการเรียนรู้ที่แท้จริงต้องไม่รอให้ใครมาบอก หรือ กำหนดว่าเราต้องเรียนอะไร? แต่ต้องขวนขวาย กระหายต่อการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไปอยู่ตลอดเวลา เช่นเดียวกันกับที่ Steve Jobs เคยกล่าวไว้ว่า “Stay Hungry, Stay Foolish” หรือ “จงกระหาย และ ทำตัวให้โง่ตลอดเวลา” เพื่อกระตุ้นให้ตนเองอยากเรียนรู้ ในหลาย ๆ ครั้งการตั้งคำถามเป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง เพราะคำถามทำให้เกิดความอยากรู้ นำมาสู่การหาความรู้เพื่อสนองความอยากนี้จึงได้มาซึ่งความรู้ใหม่ๆ นั่นเอง วันนี้ ลองนำ 5 ลักษณะนิสัยไปปรับใช้กับการดำเนินชีวิตเพื่อให้ชีวิตของคุณมีทักษะ Lifelong Learning ดังที่โลกกำลังต้องการ

เรียบเรียงโดย BLOG.SCGLogistics

อ้างอิงบทความจาก thestandard.com, linetoday.com, thaipublica.org, seasiacenter.com

อ้างอิงรูปภาพจาก freepik.com

Share this post