วิธีการจัดการ และ ป้องกัน backorder

คุณกำลังจะได้เงินอยู่แล้ว ลูกค้ากด checkout แล้วแต่จู่ ๆ มีข้อความส่งมาว่า “ขออภัย สินค้าที่ถูกเลือก ไม่พร้อมขายในขณะนี้” ลูกค้าก็ไม่พอใจ แต่คนขายเจ็บใจ

backorder disrupts ecommerce business

Backorder คืออะไร ?

Backorder คือ สถานการณ์ที่ลูกค้าพยายามซื้อสินค้าของคุณ (แต่ไม่สำเร็จ) โดยที่สินค้านั้นไม่มีอยู่ในสต็อกของคุณ หรือ Supplier ของคุณ มาถึงตรงนี้คุณอาจสงสัยว่า แล้วต่างอย่างไรกับ Stock out หรือ out of stock

Backorder ก็คือการ stock out ประเภทหนึ่งที่คุณจะรู้วันที่แน่นอนว่า เมื่อไหร่สินค้าจะมีการ restock พร้อมขายอีกครั้ง แต่ในขณะเดียวกัน stock out เราจะใช้สำหรับสถานการณ์ที่เราไม่รู้แน่ชัดว่าเมื่อไหร่จะมีการ restock

ตัวอย่างเช่น เมื่อมีการประกาศขาย iPhone X ในปี 2017 สาวกแอปเปิ้ลกระหน่ำซื้อสินค้า จนสินค้าติด backorder อยู่หลายสัปดาห์ หรือ ช่วงที่มีการลดราคา เช่น 11.11 12.12 เป็นต้น

การป้องกับ backorders นั้นเป็นเรื่องสำคัญมากต่อการทำให้ธุรกิจ ecommerce เติบโต พยายามมีสินค้าให้พร้อมขายอยู่ตลอดเวลา SCG Logistics รู้ดีว่าการบริหารจัดการสินค้าคงคลังนั้นเป็นเรื่องยากสำหรับธุรกิจ e-commerce เลยเป็นเหตุให้มีระบบ และบริการออกมามากมาย เพื่อให้คุณได้มองเห็นสถานะสินค้าคงคลังแบบ real-time ที่เชื่อมต่อระบบคลังสินค้ากับระบบการขนส่งสินค้า เมื่อสินค้ามีการบรรจุใส่รถ ระบบจะอัพเดตข้อมูลสินค้าคงคลังทันที

สาเหตุของ backorders มีอะไรบ้าง

ไม่มีวิธีไหนที่สามารถป้องกันการเกิด backorder ได้ 100% เพราะมีปัจจัยที่หลากหลายมากทั้งปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ และ ปัจจัยที่ควบคุมได้  ฉะนั้นเราจึงสามารถจัดการกับปัจจัยที่สามารถควบคุมได้เท่านั้น ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วปัญหาจาก backorders จะได้รับการแก้ไขภายใน 2 สัปดาห์

1. ความล่าช้าในการสั้งซื้อสินค้า

ถ้า e-commerce ของคุณมีปัญหา backorders บ่อย แนะนำให้ลองปรับวิธีการบริหารสินค้าคลัง ค้นหาจุด reorder ที่เหมาะสมทีทันทีที่จำนวนสินค้าคงคลังถึงจุด replenishment บางร้านอาจมีการ restock แบบกำหนดเวลาที่แน่นอน เช่น ทุกสัปดาห์ ทุกเดือน ธุรกิจที่มีการจัดการสินค้าคงคลังที่ลีน จะไม่มีสต็อกเพิ่มเติม ที่อาจก่อให้เกิดปัญหาด้านหลังได้

คำนวณจุด reorder ของคุณด้วยสูตร safety stock ที่คำนึงถึงความต้องการเฉลี่ย (average demand) และ ระยะเวลารอคอยสินค้าโดยเฉลี่ยจากซัพพลายเออร์ (average lead time) ด้วยวิธีนี้คุณสามารถประมาณได้อย่างสมเหตุสม ว่าจะซื้อสินค้าจำนวนเท่าใดและเมื่อใด ที่คุณจะได้ไม่มีวันหมด และไม่ต้องดูแลสินค้าคงคลังมากเกินความจำเป็น

2. ความผิดพลาดของระบบ inventory management

การตรวจนับสินค้าคงคลังที่เป็นความท้าทายสำหรับธุรกิจ e-commerce ท้ายที่สุดแล้วการขาดแคลน หรือ มีสินค้าคงคลังที่มากเกินไป เป็นการเพิ่มต้นทุน หรือ สูญเสียผลกำไรได้ บ่อยครั้งที่ระบบจัดการสินค้าคงคลังของคุณไม่เชื่อมต่อกับแหล่งข้อมูลอื่นของคุณเช่นระบบ POS หรือ แพลตฟอร์มการจัดส่งของคุณ หรือ อาจมีใครบางคนเพียงแค่นับแล้วกรอกตัวเลขลงไป

ฉะนั้นเบื้องต้นอาจจะนับสินค้าคงคลังของคุณอีกครั้งด้วยมือจากนั้นกระทบยอดตัวเลขเหล่านี้กับจำนวนที่อยู่ในระบบสินค้าคงคลังของคุณ ตามหลักการแล้วความแม่นยำควรจะอยู่ที่ประมาณ 95-100%

้human error can easily make business great lost

3. Human error

บางทีพนักงานหาสินค้าไม่เจอแล้วป้อนเป็นสินค้าสำรองแม้ว่าจะมีอยู่ในสต็อกก็ตาม หรือสินค้าคงคลังถูกวางผิดที่หรือสูญหายในพื้นที่จัดเก็บของคุณ ต้องมองหาวิธีในการจัด Layout ใหม่ ที่อำนวยความสะดวกทั้งการจัดเก็บ การนับสต็อก หรือหากคุณใช้ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ มองหาผู้ให้บริการที่มีมาตรฐาน และ เทคโนโลยีการจัดการที่ทันสมัย คลิกเลย

4. โรงงาน/Supplier ขาดแคลนวัตถุดิบ

หากซัพพลายเออร์ของคุณไม่สามารถดำเนินการตามคำสั่งซื้อคุณได้ ก็ไม่สามารถทำอะไรได้มาก การขาดแคลนจากฝั่งซัพพลายเออร์มีหลายสาเหคุ เช่น การหยุดงานประท้วง หรือ ปัญหาในการจัดหาวัตถุดิบ

ขอยกตัวอย่างเดิม iPhone X ตอนขาย ทำให้มี backorders ยาวกว่า 4 สัปดาห์ โรงงานของ Apple ที่จีน เนื่องจาก ใช้โลหะหายาก ในการผลิตแบตเตอรี่ และ หน้าจอ

ต้อง Proactive ในการสื่อสารกับลูกค้าเกี่ยวกับสาเหตุของ backorders ลูกค้าจะมีความเข้าใจมากขึ้นเมื่อเขารู้ว่านี่ไม่ใช่ความผิดของคุณ ซึ่งตามหลักบริหารความเสี่ยง คุณอาจจะต้องการกระจายเครือข่ายซัพพลายเออร์ของคุณเพื่อหลีกเลี่ยงการพึ่งพาแหล่งเดียวด้วย

5. ภัยพิบัติทางธรรมชาติ

กรณีฉุกเฉินในระดับใหญ่เช่น การแพร่ระบาดของโรค และ สภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยอาจทำให้สายการผลิตหยุดการผลิตสินค้าและขัดขวางการรับสินค้าของคุณ

ทางที่ดีจะต้องพัฒนาความร่วมมือกับซัพพลายเออร์ในหลายภูมิภาค วิธีนี้เป็นวิธีที่ได้ผลดีเนื่องจากภัยธรรมชาติส่งผลกระทบต่อพื้นที่หนึ่ง แต่ปล่อยให้ภูมิภาคอื่นดำเนินการตามปกติ

การลด backorder ของ e-commerce

หากมองในแง่ดี การมี backorders แสดงให้เห็นว่าสินค้าของคุณกำลังเป็นที่ต้องการของตลาด แต่หากปล่อยให้มี   backorders เพิ่มขึ้น ความหมายในทางกลับกันคือ คุณจะเสียความได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะสั้น และ นำไปสู่การเสียชื่อเสียง เสียแบรนด์ในระยะยาวได้

แต่ backorders สามารถป้องกันได้ด้วย practices ของการคำนวนจุด reorders นอกจากนี้ยังช่วยให้ใช้แพลตฟอร์มการจัดส่ง ที่เชื่อมต่อโดยตรงกันระบบการจัดการสินค้าคงคลังของร้าน ด้วยวิธีนี้คุณจะมี Visibility สินค้าคงคลังตลอดเวลา เพื่อรักษาสต็อกให้ดีขึ้นและรักษาผลกำไรของคุณไว้ หรือหากคุณตั้งใจที่จะใช้เวลาของคุณให้กับ Core Function ของธุรกิจ อย่างการขายสินค้า การทำมาเกตติ้ง การให้ SCG Logistics ช่วยบริหารจัดการ ก็เป็นตัวเลือกที่ดี เนื่องจากประสบการณ์ในการจัดการคลังและขนส่ง เทคโนโลยีที่ทันสมัย รวมถึง practices ต่าง ๆ จะช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้ คลิกที่นี่

อ้างอิงรูปภาพและบทความจาก : SCGLogistics, easyship.com, shipbob.com

Share this post