“มองให้ลึก” เพื่อโอกาสที่เหนือกว่าทางธุรกิจ

Logistics, Marketing, customer การวิเคราะห์และเข้าใจแนวโน้มกระแสหลักจะช่วยให้มองเห็นแนวโน้มของตลาดนั้นๆก่อนคู่แข่ง โดยการพัฒนากลยุทธ์ที่เหมาะสมมักขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์และตีโจทย์ของแต่ละบริษัท ยกตัวอย่าง รายงานของ TrendWatching บริษัทวิจัยตลาดแนวโน้มชื่อดัง มองแนวโน้มผู้บริโภคในปี 2559 และในอนาคตว่า หากจะแปรเปลี่ยนให้เป็นโอกาสทางธุรกิจแล้ว ต้องสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่เพียงแค่รู้ว่าลูกค้าต้องการ แต่ต้องเข้าใจด้วยว่าลูกค้าคาดหวังอะไรจากเรา ซึ่งการทำความเข้าใจแนวโน้มทางธุรกิจสู่ความต้องการของผู้บริโภคนั้นให้ความสำคัญกับ 3 เรื่อง ได้แก่ 1. ความจำเป็นขั้นพื้นฐานและความต้องการ 2. ปัจจัยผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง 3. การคาดการณ์ใหม่ๆ นอกจากนั้น TrendWatching ยังเชื่อว่า ความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) มีผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภค จนก่อตัวเป็น “Guilt-Free Consumption” ซึ่งหมายถึง การบริโภคสินค้าหรือบริการ รวมถึงการใช้ทรัพยากรที่ปลอดความรู้สึกผิด เพราะมีสำนึกเพื่อส่วนรวมมากขึ้นเป็นแนวคิดการบริโภคเพื่อโลกที่ยั่งยืน

Albert Brul นักการตลาดผู้มีความสนใจด้าน CSR และทีปรึกษาด้านการกุศลผู้บริหารระดับสูงของบริษัท Brul & Associates บริษัท Causeway และเครือข่าย Pillar Nonprot Network กล่าวว่า ผู้บริโภคกำลังรู้สึกขัดแย้งระหว่างความกระตือรือร้นที่จะจับจ่าย กับความปราถนาของพวกเขาที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง เขาได้อ้างถึงรายงานการศึกษาผู้บริโภคทั่วโลก โดย BBMG GlobeScan and Sustainability พบว่า ผู้บริโภคชาวแคนาดาร้อยละ 41 และผู้บริโภคทั่วโลกมากกว่า 1 ใน 3 (ประมาณร้อยละ 38) ให้นิยามคำว่า แรงบันดาลใจ หมายถึงความรักในการช้อปปิ้ง (78%) ความปราถนาการบริโภคที่มีความรับผิดชอบ (92%) และความไว้วางใจในแบรนด์ต่างๆ ที่จะทำในสิ่งที่เป็นผลประโยชน์ที่ดีที่สุดต่อสังคม (58%) 

ในบางอุตสาหกรรมได้นำแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคมาพัฒนนากลยุทธ์การตลาดบ้างแล้ว ดังเช่นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ แม้พฤติกรรมการจับจ่ายและซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา แต่ Sarah Kennedy Ellis รองประธานบริหารฝ่ายการตลาดและพัฒนากลยุทธ์ของ Sabre Hospitality Solutions ผู้ให้บริการเทคโนโลยีชั้นนำด้านระบบสำรองที่พักและระบบจัดจำหน่ายตั๋วเครื่องบินแก่อุตสาหกรรมการเดินทางและท่องเที่ยวทั่วโลกชี้ว่า แบรนด์โรงแรมที่ศึกษา เข้าใจ และสนองต่อแนวโน้มต่างๆที่กำลังเกิดขึ้น จะสามารถสานความสัมพันธ์กับลูกค้าให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ด้วยการให้ประสบการณ์ที่มากกว่า และไปได้ไกลกว่าสิ่งที่แขกของโรงแรมคาดหวัง

ผู้บริหารของ Sabre Hospitality Solutions ยกตัวอย่างแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคที่จะมีผลกระทบมากที่สุดต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการในปี 2559 และในอนาคต ได้แก่ แนวโน้ม Youniverse และ Helpful โดย Youniverse คือ แนวโน้มที่ผู้บริโภคเป็นใหญ่ ต้องเข้าใจรสนิยม และความพึงพอใจเฉพาะตัวของลูกค้า ยิ่งผู้ประกอบการเข้าถึงระดับความต้องการส่วนตัวของลูกค้ามากเท่าใด หมายความว่า ตัวเลือกของลูกค้าก็มีมากขึ้นด้วย ขณะที่แนวโน้ม Helpful  หมายถึงการเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบไม่ใช่ของปัญหส หากแบรนด์ของโรงแรมใดทำให้ชีวิตของลูกค้าง่ายขึ้น เรียบง่าย แต่สะดวกสบายยิ่งกว่า จะสามารถเอาชนะใจลูกค้าได้ในอนาคต

ธุรกิจแบบ Look Beyond ที่น่าสนใจ

แม้แต่ละบริษัทจะมีกลยุทธ์ที่เป็นแบบฉบับของตัวเอง แต่แนวโน้มหนึ่งที่กำลังผนึกตัวอยู่ในกลยุทธ์ของภาคธุรกิจมากขึ้นเรื่อยๆ คือการมองให้ลึกและไกลกว่าสิ่งที่คุณเห็น หรือ “Look Beyond” ในโลกการตลาดปัจจุบันกำลังเข้าสู่ยุคประสบการณ์แบบ “ครบเครื่อง” ยกตัวอย่าง ลูกค้าสามารถรับรู้ถึงผลิตภัณฑ์ตัวใดตัวหนึ่งที่พิเศษกว่าตัวอื่นๆ จากความประทับใจและมุมมองระหว่างที่ได้ทดสอบผลิตภัณฑ์นั้นๆ ประสบการณ์จากการได้สัมผัสจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะปัจจุบันเทคโนโลยีได้เปลี่ยนแปลงไปถึงจุดที่ยากจะบอกว่า  อะไรจริง อะไรเสมือนจริง และอะไรอยู่ตรงกลางระหว่างสองสิ่งนี้  เมื่อประสบการณ์ของลูกค้าคือทุกสิ่ง ดังนั้น ความคิดเห็นของลูกค้าที่สะท้อนกลับมาจึงอาจเป็นสิ่งที่ทำให้ธุรกิจรุ่งหรือร่วงได้ตลอดเวลา Ian Altman ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Grow My Revenue, LLC บริษัทให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์ธุรกิจ เขียนบทความในนิตยสาร Forbes  เมื่อต้นเดือนธันวาคม 2558 ตอนหนึ่งว่า จากการที่ได้สนทนากับบรรดาผู้นำอุตสาหกรรม  เช่น Seth Godin และ Clay Hebert คู่หูนักการตลาดและผู้ร่วมก่อตั้งธุรกิจระดมทุนสาธารณะ  Crown Funding Hacks และอีกหลายคน เขาถึงได้รู้ว่า เรากำลังอยู่ในยุคเศรษฐกิจการติดต่อเชื่อมโยงกัน หรือที่เรียกว่า Connection Economy เศรษฐกิจแบบนี้ให้คุณค่ากับการสร้างความสัมพันธ์และการสร้างการติดต่อเชื่อมโยงกันและกัน มากกว่าการสร้างทรัพย์สินตามวิธีคิดของพวกนักอุตสาหกรรมนิยม หมายความว่า บริษัทที่มีค่ามากที่สุดจะเป็นตัวเชื่อมระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ตัวอย่างที่ชัดเจน ได้แก่  Uber บริษัทบริการแท็กซี่ที่ใหญ่ที่สุด พวกเขาไม่มีรถ แต่เก่งในการเป็นตัวกลางระหว่างผู้โดยสารและคนขับ AirBnB ผู้ให้บริการที่พักรายใหญ่ที่สุด แต่พวกเขาไม่มีอสังหาริมทรัพย์ของตัวเอง Facebook บริษัทสื่อที่ใหญ่ที่สุด แต่ไม่เคยผลิต contents เอง  Kickstarter and IndiGoGo หรือธุรกิจระดมทุนาธารณะรายอื่น ที่คาดว่าจะมีขนาดใหญ่กว่ากลุ่มแวนเจอร์ แคปิตอลในปี 2559 พวกเขาก็ไม่เคยมีเงินทุนของตัวเองมาลงทุน เป็นต้น

จากตัวอย่างข้างต้น ลูกค้ากำลังแสวงหาการติดต่อกับใครก็ได้ที่มีความคิดคล้ายๆกัน เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุดในระยะยาว “หากคุณต้องการสร้างบางสิ่งที่ยืนหยัดอยู่ได้ คุณจะต้องเชื่อมโยงลูกค้าของคุณกับลูกค้าคนอื่นๆ และกับทรัพยากรที่มีค่าซึ่งขยายไปไกลกว่าเรื่องของการขาย”

Look Beyond อาจฟังดูง่าย แต่จริงๆอาจต้องการวิเคราะห์พิจารณาอย่างพิถีพิถันและลึกซึ้งยิ่งกว่าทุกกลยุทธ์ เหมือนกับที่ Winston Churchill รัฐบุรุษชาวอังกฤษผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรสองสมัย กล่าวไว้ว่า “ถือเป็นความฉลาดที่จะมองไปข้างหน้า แต่ก็ยากที่จะมองไปได้ไกลกว่าที่ตาคุณเห็น”

 

เรียบเรียงโดย BLOG.SCGLogistics

อ้างอิงและรูปภาพจาก  นิตยสาร Ahead : SCG Trading vol.5 issue9 (internal communication), pexel.com

Share this post