บริหารทีมอย่างไร ให้มีประสิทธิภาพ

วันนี้ขอพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ วิธีการบริหารทีมที่จะทำให้ทีมงานมีประสิทธิภาพในการทำงานที่มากขึ้น ผ่านบทความจาก UK weekly – blockdit.com หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านทุกท่านครับ

effective team management

เมื่อไม่นานมานี้ผมมีโอกาสได้ชมสารคดีกีฬาที่ให้แง่คิด และ แรงบันดาลใจเรื่อง The Playbook: A Coach’s Rules For Life (กฎชีวิตพิชิตทุกสนาม) จาก Netflix ที่เล่าเรื่องราวของเหล่าโค้ชผู้มีประวัติการคว้าแชมป์ เพื่อมาแบ่งปันบทเรียนส่วนตัวที่พาพวกเขาก้าวสู่ความสำเร็จทั้งในชีวิต และ วงการกีฬา โดยในวันนี้ผมขอพูดถึงเรื่องของ ด็อค ริเวอร์ส (Doc Rivers) โค้ช NBA (National Basketball Association) ลีกบาสเกตบอลอาชีพในอเมริกาเหนือที่มีมาตรฐานระดับการแข่งขันที่สูง โดย ประเด็นที่ ด็อค ริเวอร์ส (Doc Rivers) ได้มาแชร์ปรัชญาการรวมเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้กับทีมแชมป์จากบอสตัน

Doc Rivers
“I told them, if we’re going to win, we’re going to have to sacrifice. You’re going to have to change . . . That was the challenge: getting them to buy in to being a team.”
(NBA coach: Doc Rivers,)
Source : yahoo.com

ในสารคดีกีฬานี้ ผมประทับใจประเด็นที่ ด็อค ริเวอร์ส ได้นำเอาแนวคิดแบบอูบูนตู (Ubuntu is a Way of Life) มาสร้างความเป็นทีมให้กับลูกทีมของเขา อูบูนตู คือ แนวคิดที่พูดถึงการอยู่ร่วมกันของมนุษย์ในหมู่คนแอฟริกัน การที่บุคคลหนึ่งจะมีตัวตนขึ้นมาได้นั้น เกิดจากการมีตัวตนร่วมกันของพวกเราทั้งหมด เพราะ อูบูนตู คือ แก่นของการเป็นมนุษย์ มนุษย์ต้องมีสังคม เราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว ไม่ได้โดดเดี่ยว พึงเรียนรู้ว่าทำคนเดียวไม่ไหว และ คอยหมั่นเรียนรู้จากผู้อื่น ทำร่วมกันเป็นทีม เพราะ กีฬาบาสเกตบอลเป็นกีฬาที่หากมีคนเก่ง ๆ มารวมกัน แต่ต่างคนต่างเล่น ต่างคนต่างทำ การแข่งขันในครั้งนั้นคงห่างไกลคำว่า “แชมป์” แนวคิดอูบูนตู ที่ด็อค ริเวอร์ส ได้หล่อหลอมลูกทีมของเขา จึงทำให้ลูกทีมของเขาซึมซับแนวคิดนี้ และ เชื่อเสมอว่า “ชัยชนะที่ได้มาไม่ใช่เพราะใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเพราะเรา เป็นเพราะทีม” เพื่อให้ทีมคนเก่ง กลายเป็นทีมแชมป์ได้

เมื่อเป็นแชมป์แล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือความกดดันในการรักษาแชมป์  แต่ ด็อค ริเวอร์ส ได้แปรเปลี่ยนความกดดันให้เป็นความสนุก และ ความท้าทาย (Pressure is a Privilege) เราจะทำมันไปทำไม? ถ้าเราไม่อยากเป็นแชมป์ เพราะ ด็อค    ริเวอร์ส รู้ดีว่า ความกดดันอาจส่งผลในแง่ลบหากไม่รู้จักวิธีการรับมือที่ถูกต้อง แต่ในอีกแง่หนึ่งก็เป็นแรงกระตุ้นชั้นดีนั่นเอง  “เราคือบอสตัน เซลติกส์ และ สิ่งที่เราทำทั้งหมดคือ การเอาชนะ” เลยกลายเป็นแนวคิดที่ ด็อค ริเวอร์ส ฝังรากลึกลงไปในในใจแก่บรรดาลูกทีมของเขา

และ สิ่งสำคัญที่สุดของแชมป์ นั้นคือ แชมป์นั้นต้องเดินหน้าต่อไปไม่หยุด (Champion keep moving forward) เพราะ คนทั่วไปชอบคิดว่า การเป็นแชมป์ คือ ความสวยหรูของสนามกีฬา แต่มักลืมไปว่า กว่าจะได้แชมป์มานั้น นักกีฬาคนนั้นต้องผ่านการทุ่มเทพลังกาย และ พลังใจมากมายขนาดไหน? ด็อค ริเวอร์ส ได้ยกตัวอย่าง มูฮัมหมัด อาลี อดีตยอดนักมวยชาวอเมริกันรุ่นเฮฟวี่เวทผู้เป็นตำนานที่เป็นไอดอลของเขาแก่ลูกทีมว่า อาลีโดนโดนชกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ล้มลงหลายครั้งแต่ทุกครั้งก็ลุกขึ้นมาสู้เพื่อชัยชนะต่อ เพราะ เขาเป็นคนที่ตัดสินใจว่าจะยอมโดนชกให้ล้มลงอยู่ตรงนี้ หรือ จะลุกขึ้นเดินหน้าสู้ต่อต่อเพื่อเอาชนะให้ได้ และ เพราะ อาลี “เชื่อ” ว่าเขาสามารถเอาชนะได้ เขาจึงกลายเป็นแชมป์โลกเฮฟวี่เวท เป็นนักชกในตำนานของวงการมวยตั้งแต่นั้นมา

 “การรวมเป็นหนึ่งเดียว” ที่ด็อค ริเวอร์ส (Doc Rivers) ได้พูดถึงผ่านสารคดีกีฬานี้ ทำให้ผมนึกถึงคำว่า Teamwork” ที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านที่ทำงานร่วมกันเป็นทีมงาน ซึ่งในวันนี้ ผมอยากมาแบ่งปันสิ่งสำคัญที่คอยหล่อหลอมให้เกิด Teamwork ที่ดีนั้นผ่านบทความนี้เพิ่มเติมครับ

“Teamwork” สำหรับผมมีองค์ประกอบ 5 ส่วนหลัก นั้นคือ

  1. Common Target : เป้าหมาย คือ ความคิดร่วมกันเกี่ยวกับสิ่งที่ต้องทำ
  2. Trust                     : ความไว้วางใจ คือ การไว้วางใจผู้อื่นให้ทำในสิ่งที่เหมาะสมสำหรับทีม และ เพื่อกันและกัน
  3. Talent : พรสวรรค์ คือ ทักษะโดยรวมที่จำเป็นในการทำงานให้สำเร็จ
  4. Teaming Skills    : ทักษะการทำงานร่วมกัน เพื่อให้ทีมมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
  5. Task Skills            : ทักษะการทำงาน คือ ความพยายามที่จำเป็นในการดำเนินการให้สำเร็จ

ที่มา : ขอบคุณหน่วยงาน  IBE (Integrated Business Excellence) ที่นำสาระของ Teamwork มาแบ่งปัน

หากเชื่อมโยงกับเรื่องราวของด็อค ริเวอร์ส (Doc Rivers) ข้างต้นนั้น คือ เพราะ เขาหล่อหลอมให้ลูกทีม ของเขามี Common Target คือมีการกำหนดภารกิจ เป้าหมาย ร่วมกัน ร่วมมือร่วมใจกันเพื่อทำให้เป้าหมายของทีมสำเร็จ โดยทุกคนในทีมต้องเป็นเจ้าของเป้าหมายนั้นร่วมกันด้วย และ ยังปลูกฝังให้ลูกทีมทุกคน มี Trust คือ การสื่อสารกันอย่างเปิดใจ พร้อมแก้ไขปัญหาร่วมกันด้วยความไว้วางใจ และ มีความทีม มีความเป็นหนึ่งเดียวกัน ก็เพื่อที่จะปรับปรุง และ พัฒนาขีดความสามารถของทีมให้พร้อมสู้กับการแข่งขันในครั้งต่อไป

สุดท้ายนี้ผมขอมอบกำลังใจกับทุกทีมที่มีความฝัน มี passion มี target ที่ท้าทายความสามารถ อยากให้ลองนำวิธีคิดข้างต้นไปปรับใช้ และ คิดเสมอว่าเราไม่ได้ตัวคนเดียว เพื่อนร่วมงาน คนรอบข้างในทีมของเรา อาจมีความถนัดในสิ่งที่เราไม่ถนัด และ เขาสามารถทำมันได้ดีกว่าเรา ก็ขอให้เชื่อมั่นในความสามารถของกันและกัน เรียนรู้ที่จะไว้ใจกัน หมั่นเติม passion ให้กับเป้าหมาย เปลี่ยนความกดดันเป็นคนท้าทาย เพราะ สุดท้ายแล้ว ผลงานของทีมที่ออกมานั้นคือ เราทำเพื่อกัน ทำเพื่อทีม ทำเพื่อองค์กรนั่นเองครับ

นอกจากนี้ ยังมีบทความดี ๆ ที่อีกมากมาย โดยท่านสามารถติดตามได้ ที่นี่ !

อ้างอิงรูปภาพ และ บทความจาก : yahoo.com, UK Weekly – blockdit.com,

Share this post