บริการส่งของขนาดใหญ่ ตัวช่วยเพื่อร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า

การส่งของขนาดใหญ่จะกลายเป็นเรื่องง่าย! เพียงธุรกิจของคุณมีบริการโลจิสติกส์ที่ใช่มาคอยดูแลสินค้าชิ้นใหญ่แบบมืออาชีพ

ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะเน้นการจำหน่ายสินค้าผ่านทางหน้าร้านหรือช่องทางออนไลน์ หากจำหน่ายสินค้าที่มีขนาดใหญ่ โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าซึ่งมีน้ำหนักมากและยังเต็มไปด้วยระบบหรือแผงวงจรที่ง่ายต่อการเกิดความเสียหาย สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือการจัดหาบริการขนส่งของขนาดใหญ่ที่ตอบโจทย์ลักษณะของสินค้านั้น ๆ ซึ่งนอกจากจะช่วยให้การกระจายสินค้าไปยังคู่ค้าเป็นไปอย่างสะดวกเรียบร้อยและยังช่วยลดความผิดพลาดที่อาจส่งผลโดยตรงต่อความเสียหายของสินค้าที่มีราคาสูง ซึ่งในปัจจุบันมีผู้ให้บริการจากหลากหลายบริษัทมอบบริการเสริมอย่าง One-stop Service พร้อมบริการติดตั้ง (Installation) สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องใช้ผู้ชำนาญการในการติดตั้ง ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาและอาจเป็นอีกหนึ่งวิธีในการช่วยลดต้นทุนอีกทางหนึ่งด้วย

การขนส่งเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือเบอร์นิจเจอร์

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเมื่อธุรกิจของคุณต้องส่งของขนาดใหญ่

หากธุรกิจของคุณ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดใหญ่ หรือธุรกิจ SME ที่จำหน่ายสินค้าชิ้นใหญ่อย่างเครื่องใช้ไฟฟ้ากำลังมองหาโซลูชันในการจบทุกอุปสรรคด้านการขนส่ง สามารถเลือกใช้บริการขนส่งของขนาดใหญ่ที่บริหารจัดการโดยเจ้าหน้าที่มืออาชีพได้ โดยมี 5 ข้อที่ต้องคำนึงถึงก่อนตัดสินใจว่าจะใช้บริการกับบริษัทไหนดีดังนี้

 1.ขนาดและน้ำหนักของสินค้า

การจะตัดสินใจเลือกว่า ธุรกิจของคุณควรเลือกส่งของขนาดใหญ่กับบริษัทขนส่งเจ้าไหนจึงจะคุ้มค่า แต่ยังมั่นใจได้ในคุณภาพของการขนส่ง อันดับแรก สิ่งที่ควรพิจารณาคือขนาดและน้ำหนักของสินค้าแต่ละรายการที่ต้องการส่ง เพราะทั้งสองปัจจัยนี้เป็นตัวกำหนดอัตราค่าบริการ ประเภทของหีบห่อบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม รวมไปถึงประเภทของรถที่จะใช้ในการจัดส่งด้วย หลังจากนั้นจึงหาข้อมูลว่า บริษัทโลจิสติกส์ที่สนใจมีบริการครอบคลุมสิ่งของที่มีขนาดและน้ำหนักเท่านี้หรือไม่ และสถานที่ทั้งต้นทางและปลายทางอยู่ในพื้นที่ให้บริการของบริษัทนั้น ๆ หรือเปล่า เพราะบางบริษัทมักจำกัดขนาดของสินค้า ซึ่งอาจไม่รองรับกับเครื่องใช้ไฟฟ้าบางรุ่นที่คุณจำหน่าย

2. ค่าใช้จ่าย

เรื่องของค่าใช้จ่ายเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งค่าใช้จ่ายในการขนส่งจะต้องถูกคิดรวมอยู่ในต้นทุนอยู่แล้ว หากเลือกบริการขนส่งสินค้าที่ไม่เหมาะสม อย่างบริการจัดส่งแบบทั่วไป ค่าบริการจะถูกคิดเป็นรายชิ้นและคูณราคาตามน้ำหนักของสินค้า ลองคิดดูว่า สินค้าอย่างตู้เย็นหรือเครื่องซักผ้าซึ่งมีน้ำหนักมาก หากใช้อัตราค่าส่งแบบปกติย่อมหมายถึงต้นทุนอันมหาศาลที่ธุรกิจของคุณต้องจ่าย ดังนั้น หากคุณต้องการขนส่งของขนาดใหญ่ยกล็อตไปยังร้านค้าปลายทาง หรือแม้แต่ส่งของไปยังลูกค้ารายย่อยในจำนวนมากในแต่ละเดือน การเลือกบริการขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ที่มีอัตราค่าบริการแบบเหมาเป็นคันรถหรือเป็นรายเดือนอาจช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า ทั้งยังได้บริการที่เหมาะสมกับธุรกิจอีกด้วย

3. การป้องกันความเสียหายของสินค้าที่ขนส่ง

เครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ต้องการการจัดส่งอย่างทะนุถนอม เพราะหากเกิดการกระแทกหรือบุบสลายเพียงนิดเดียวอาจส่งผลต่อคุณภาพและความปลอดภัยในการใช้งาน ดังนั้น หากต้องการสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า และสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ดูมีความเป็นมืออาชีพ ควรเลือกบริการส่งของขนาดใหญ่ที่มีนโยบายป้องกันความเสียหายของสินค้าตั้งแต่การเลือกยานพาหนะที่เหมาะสมกับขนาดและประเภทของสินค้า เช่น

  • มีการจัดวางกล่องสินค้าตามมาตรฐาน ไม่ซ้อนหรืออัดแน่นกันจนเกินขีดจำกัด 
  • พนักงานขับรถขนส่งของขนาดใหญ่มีความชำนาญ รู้จังหวะในการขับขี่เพื่อลดแรงกระแทก
  • พนักงานจัดเรียงสินค้าขึ้นรถได้รับการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี ใช้วิธีการและเครื่องมือที่เหมาะสมในการขนย้ายสินค้าจากคลัง และขึ้นรถเพื่อการขนส่งไปยังบริเวณที่จะติดตั้ง

4. การดำเนินการขนย้ายและติดตั้งอย่างมืออาชีพ

นอกจาก 3 ข้อด้านบนที่ต้องคำนึงถึงก่อนจะเลือกใช้บริการขนส่งสินค้าขนาดใหญ่สักเจ้าแล้ว บางบริษัทยังมอบบริการเสริมด้านอื่น ๆ ที่น่าสนใจ ซึ่งคุณสามารถเลือกใช้เพื่อช่วยประหยัดต้นทุนโดยการมอบหมายหน้าที่ให้กับผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางได้ อย่างบริการขนย้ายพร้อมติดตั้งโดยเจ้าหน้าที่ หรือ White Glove Service จาก SCG Logistics ซึ่งนอกจากจะดำเนินการขนย้ายและติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ เช่น โทรทัศน์ ชุดโฮมเธียเตอร์ ตู้เย็น หรือเครื่องซักผ้าแล้ว ยังครอบคลุมสินค้าประเภทดังต่อไปนี้อีกด้วย

  • เฟอร์นิเจอร์ทั้งแบบประกอบสำเร็จและแบบน็อคดาวน์
  • อุปกรณ์ไฟฟ้าภายในครัวที่ต้องมีการติดตั้งหรือแขวน เช่น เครื่องดูดควัน ซิงค์ล้างจาน
  • สุขภัณฑ์
white glove logistics

5. บริการให้เช่าคลังสินค้าแบบชั่วคราว

อีกหนึ่งบริการที่หากขนส่งเจ้าไหนมีให้เลือกใช้จะนับว่าคุ้มค่าทีเดียว นั่นก็คือบริการให้เช่าคลังสินค้าชั่วคราวสำหรับเก็บของนั่นเอง เพราะสินค้าขนาดใหญ่นั้นต้องการพื้นที่ในการจัดเก็บ อีกทั้งยังไม่สามารถวางซ้อนกันได้เยอะ ทำให้พื้นที่ในคลังสินค้าที่คุณมีอาจไม่เพียงพอ หรือสำหรับบางบริษัทที่เพิ่งหันมาจับธุรกิจขายสินค้าที่มีขนาดใหญ่อาจยังไม่ได้เตรียมความพร้อมด้านพื้นที่จัดเก็บ ทั้งยังไม่มั่นใจว่ากิจการในภายภาคหน้าจะต้องขยายหรือปรับเปลี่ยนไปในทิศทางใด การเลือกเช่าพื้นที่เก็บของชั่วคราวควบคู่ไปกับบริการขนส่งสินค้าขนาดใหญ่จึงช่วยให้แผนการต่าง ๆ ยืดหยุ่น มีพนักงานมากประสบการณ์คอยจัดการคลังให้ สามารถขยับขยายได้ทุกเมื่อ และสะดวกต่อการขนย้ายขึ้นรถขนส่งมากกว่าเดิม

บริการขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ดีอย่างไร เหมาะกับธุรกิจแบบไหนบ้าง?

การเลือกบริษัทขนส่งของขนาดใหญ่ให้เหมาะสมกับธุรกิจของคุณนั้น นอกจากจะช่วยในการบริหารค่าใช้จ่ายให้อยู่ในงบประมาณ และยังมั่นใจได้ในความปลอดภัยของสินค้า เพราะได้รับการดูแลโดยเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการอบรมมาเป็นอย่างดี ที่จะช่วยประหยัดเวลาและทรัพยากรของบริษัท เช่น แทนที่จะต้องซื้อรถขนส่ง ตั้งทีมงาน และวางระบบในการจัดส่งเอง ก็สามารถมอบงานดังกล่าวให้บริษัทขนส่งที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านจัดการได้ และหากในอนาคตต้องการขยายธุรกิจก็สามารถทำได้อย่างง่ายดายเช่นกัน ซึ่งบริการนี้เหมาะเป็นอย่างยิ่งกับธุรกิจที่ต้องมีการขนส่งสินค้าที่มีขนาดใหญ่และน้ำหนักเกินมาตรฐานยากต่อการขนส่ง รวมไปถึงสินค้าที่ต้องระมัดระวังขณะขนส่งเป็นพิเศษ และมีการติดตั้งที่หน้างาน อย่างกลุ่มสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ และสุขภัณฑ์ที่เราได้แนะนำไป

จบทุกข้อจำกัดในการส่งของชิ้นใหญ่ เพียงแค่ “Put the right man on the right job.” โดยการเลือกบริการโลจิสติกส์ที่เหมาะกับสิ่งของที่ต้องการขนส่ง SCG Logistics เรามีบริการขนส่งสินค้าขนาดใหญ่พร้อมประกอบติดตั้ง (Oversized Delivery & Installation) และบริการส่งของไซซ์ใหญ่แบบเร่งด่วนไปยังลูกค้ารายย่อย ด้วยประสบการณ์ด้านโลจิสติกส์กว่า 20 ปี พร้อมทีมงาน รถขนส่ง และอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน จึงพร้อมดูแลสินค้าของคุณให้ส่งถึงปลายทาง พร้อมบริการติดตั้งอย่างปลอดภัย สนใจบริการ หรืออ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการได้ที่นี่ 

อ้างอิงบทความและรูปภาพจาก : SCGLogistics, Shutterstock

Share this post