ทำเองหรือจ้างโลจิสติกส์: บริหารจัดการคลังสินค้าแบบไหนคุ้มกว่า?

เมื่อธุรกิจเริ่มเติบโต และคุณไม่ได้ซื้อขายสินค้ากับคู่ค้าเพียงรายเดียวอีกต่อไป การเลือกสินค้าที่มีความหลากหลายจากหลาย ๆ บริษัท จะช่วยเพิ่มโอกาสให้กลุ่มผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าที่ตัวเองต้องการได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งอาจทำให้ธุรกิจของคุณต้องมีการบริหารจัดการสต๊อกสินค้าที่เป็นระเบียบ เพราะมีส่วนช่วยในการลดต้นทุนด้านเวลาและงบประมาณ ทั้งยังเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนให้ธุรกิจเดินหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่ การบริหารจัดการคลังสินค้าที่ดี จะเป็นเสมือนรากฐานสำคัญที่เอื้อให้การทำงานเกิดความราบรื่น และสามารถรองรับการขยายตัวและจำนวนสินค้าที่อาจเพิ่มขึ้นได้ในอนาคต 

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าผู้ประกอบการหลาย ๆ ท่าน คงกำลังลังเลว่า ควรลงทุนกับการจ้างบริษัทโลจิสติกส์เพื่อเข้ามาดูแลบริหารจัดการคลังสินค้า หรือจะเลือกสร้างคลังเป็นของตัวเอง แบบไหนจะคุ้มค่ามากกว่ากัน วันนี้ SCG Logistics ขอมาแบ่งปันความรู้อย่างรอบด้าน เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการได้นำไปตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมกับธุรกิจของคุณ

2 men are working together within warehouse

การบริหารจัดการคลังสินค้าสักแห่ง ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง?

ก่อนอื่น เรามาดูกันว่า หากคุณต้องการสร้างคลังสินค้าเป็นของตัวเอง มีเรื่องอะไรที่ต้องพิจารณาบ้าง กับ 4 องค์ประกอบสำคัญเหล่านี้

  • สถานที่ตั้ง: ควรคำนวณดูก่อนว่า จำนวนและขนาดของสินค้าที่ต้องการเก็บนั้นมีมากเท่าไหร่ เพื่อซื้อที่ดินและก่อสร้างคลังในขนาดที่เหมาะสม นอกจากนี้ ยังต้องตั้งอยู่ในทำเลที่เดินทางไปมาได้สะดวก ขนาดของถนนและความหนาแน่นของการจราจรไม่เป็นอุปสรรคต่อการขนส่ง 
  • เทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวกภายในคลังสินค้า: ไม่ว่าจะเป็นชั้นวาง ระบบควบคุมอุณหภูมิ ระบบการจัดการสต๊อกสินค้า ต้องผ่านการวางแผนและออกแบบมาให้เหมาะกับชนิดของสินค้าและแบบแปลนของสถานที่ เพื่อความง่ายในการนำไปจัดเก็บหรือนำออกมาขนส่ง นอกจากนี้ ยังต้องวางระบบติดตามสินค้าเพื่อความถูกต้อง เนื่องจากเมื่อมีจำนวนสินค้าและคำสั่งซื้อมาก การจัดการที่ไม่ดีอาจทำให้เกิดความผิดพลาดได้ รวมถึงต้องหมั่นอัปเดตระบบเทคโนโลยีในคลังสินค้าอยู่เสมอ ซึ่งจำเป็นต้องใช้ต้นทุนมากพอสมควร
  • พนักงาน: จัดอบรมพนักงานที่ทำหน้าที่บริหารจัดการคลังสินค้าให้มีความเชี่ยวชาญ จำนวนพนักงานมีความเพียงพอต่อความต้องการ เช่น การจัดขับรถโฟล์กลิฟ์ การจัดเรีียงสินค้า การใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในคลังสินค้า และ อื่น ๆ
  • ความยืดหยุ่นตอบโจทย์ธุรกิจ: ลองวางแผนเผื่ออนาคตดูว่า หากคุณต้องขยายหรือลดขนาดคลังสินค้า ซึ่งเป็นผลมาจากสภาพเศรษฐกิจ จะสามารถปรับเปลี่ยนแผนได้รวดเร็วและส่งผลกระทบมากน้อยแค่ไหน
  • ความปลอดภัย: และที่สำคัญที่สุด คุณต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นระบบกล้องวงจรปิดและความแน่นหนาของรั้วและประตู โครงสร้างอาคารต้องทนทาน มีระบบป้องกันอาคารจากอัคคีภัย ระบบตรวจจับก๊าซอันตราย ไฟสำรอง และต้องมีแสงสว่างมากเพียงพอทั้งภายในและภายนอกคลังสินค้าเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ

เมื่อพิจารณาทั้ง 5 อย่างนี้ หลาย ๆ คนน่าจะมีคำตอบในใจแล้วว่า การบริหารจัดการคลังสินค้าเองจะคุ้มค่ากว่าจริงไหม หรือควรเลือกวิธีการใดถึงจะใช่ที่สุด

อยากเพิ่มประสิทธิภาพให้เหนือกว่า ต้องเลือกโฟกัสให้ถูกจุด

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า วงการธุรกิจในปัจจุบันเติบโตอย่างก้าวกระโดด หากคุณต้องการเดินหน้าให้ทันคู่แข่ง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการปรับตัวและพัฒนาอย่างรวดเร็วโดยใช้ต้นทุนให้คุ้มค่าที่สุด ซึ่งหนึ่งในวิธีการที่มีประสิทธิภาพ คือ การเลือกทุ่มเทในสิ่งที่ถนัด โฟกัสในเรื่องที่สำคัญกว่า แล้วมอบหมายงานที่ไม่ถนัดให้กับผู้ที่เชี่ยวชาญตัวจริงดูแล  ใช่แล้ว เรากำลังพูดถึงเรื่องการหาผู้ที่มีความสามารถในการบริหารจัดการคลังสินค้าและกระบวนการทางโลจิสติกส์เข้ามาดูแลให้เกิดความคล่องตัวต่อการทำงานนั่นเอง

แน่นอนว่า ตัวคุณและทีมงานมีความเชี่ยวชาญในธุรกิจที่ทำเป็นอย่างมาก การจะผลิต หาช่องทางการขาย หรือทำการตลาดให้ตรงกลุ่มเป้าหมายล้วนเป็นสิ่งที่คุณทำการบ้านมาเป็นอย่างดีแล้ว แต่เรื่องการจัดการสินค้าคงคลัง ตลอดจนการขนส่งนั้นไม่ใช้ Core Business ที่คุณเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ การลงมือทำเองจึงอาจหมายถึงการต้องแบ่งเวลามาเรียนรู้เพิ่มเติม และลงทุนจัดการคลังตามรายละเอียดที่เราได้กล่าวไปข้างต้น ทำให้ในที่สุดแล้ว การบริหารจัดการคลังสินค้าของตัวเองแทนการจ้างพาร์ทเนอร์อาจไม่เหมาะกับคุณ แต่ในทางกลับกัน การใช้บริการบริษัทที่มีความสามารถในด้านโลจิสติกส์อาจมอบผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากว่า ดังนี้ 

  • ช่วยให้คุณมีเวลาทุ่มเทกับธุรกิจหลักอย่างจริงจัง สามารถมุ่งมั่นกับการพัฒนาสินค้าและวางแผนการตลาดได้อย่างเต็มที่
  • ช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ ด้วยการใช้บริการที่เหมาะกับการส่งสินค้าขนาดใหญ่และมีจำนวนมาก
  • ลดเวลาในการขนส่ง ด้วยเครือข่ายและศูนย์กระจายสินค้าที่คุณไม่ต้องลงทุนเอง
  • ลดค่าเสียโอกาสและ Return Rate ด้วยบริการที่เป็นมาตรฐานและสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้
  • ไม่ต้องลงทุนเรื่องอุปกรณ์ลำเลียงสินค้า และระบบเทคโนโลยีที่ต้องใช้ในคลังสินค้า
  • การันตีความถูกต้องของการจัดเก็บ หยิบ และส่งสินค้าได้ด้วยระบบบริหารจัดการคลังสินค้าแบบมืออาชีพและบริการ Fullfilment จากทางบริษัทโลจิสติกส์ จึงมั่นใจได้ตั้งแต่ตอนรับสินค้าเข้า ไปจนถึงขั้นตอนการส่งสินค้าออกจากระบบไปยังปลายทาง
  • หากต้องเพิ่มหรือลดขนาดของคลังจะสามารถปรับตัวได้เร็วกว่า มีภาระที่ต้องรับผิดชอบน้อยกว่า
a person is reading a graph and analyse business performance

พิจารณาให้ดี คุณควรเช่าหรือเป็นเจ้าของคลังสินค้าเอง?

ทุกการตัดสินใจย่อมต้องมีเหตุผลรองรับเพียงพอเป็นสำคัญ การตัดสินใจเลือกวิธีบริหารจัดการคลังสินค้าก็เช่นเดียวกัน คุณมีทางเลือกมากมายที่จะสร้างคลังสินค้าในแบบที่ต้องการ หรือจะเลือกใช้บริการจากโลจิสติกส์สักแห่งก็ย่อมได้ แต่ต้องอย่าลืมที่จะวิเคราะห์ข้อดี ข้อเสีย และความเหมาะสมต่อธุรกิจของคุณให้รอบคอบก่อนเสมอ แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าการบริหารคลังสินค้าด้วยตัวเองหรือใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญจะคุ้มค่าสำหรับธุรกิจคุณมากกว่า? ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่คุณจะย้อนกลับไปถามตัวเองแล้วว่า คุณสามารถสร้างคลังสินค้าที่มีองค์ประกอบทั้ง 4 อย่าง ได้ครบถ้วนหรือไม่ แล้วการลงทุนเองนั้นจะให้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจมากน้อยแค่ไหน หากประเมินแล้วคิดว่าต้องการทุ่มเทกับสิ่งที่ตัวเองถนัด การให้บริษัทที่มีประสบการณ์เข้ามาช่วยบริการจัดการคลังสินค้าย่อมเป็นทางออกที่สมบูรณ์แบบมากกว่าแน่นอน

SCG Logistics เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการคลังสินค้า เราให้บริการอย่างครบวงจรตั้งแต่คลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าอันทันสมัย ใช้เทคโนโลยีเพิ่มขีดจำกัดทางด้านความเร็วและความถูกต้อง และให้บริการโดยพนักงานที่มากด้วยประสบการณ์ ช่วยให้คุณขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างคุ้มค่าและเต็มกำลัง หากสนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือใช้บริการ ติดต่อได้เลยที่นี่

อ้างอิงรูปภาพและบทความจาก : SCG Logistics, mmthailand.com, easyship.com, supremealarm.com

Share this post