ซัพพลายเออร์ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

___________________________________________________________________

In Brief

“Supplier กลายเป็นองค์ประกอบที่สำคัญต่อการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน ซึ่งองค์กร หรือ ธุรกิจต่าง ๆ ควรจะมีการทำ supplier performance management และ Supplier Relationship Management

โดยประยุกต์เอาหลักการ Six Sigma มาใช้ใน supply chain เพื่อการบริหาร supplier ที่มีประสิทธิภาพ

ซึ่งอาจส่งผลให้ธุรกิจมีมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 15%”

___________________________________________________________________

       Mr. Dan Georgescu ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้าน Operation และ Supply chain management กล่าวว่า “เพื่อให้ supply chain ประสบความสำเร็จ การประเมินและวัดผลการดำเนินงานถือเป็นกระบวนการที่ต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากในปัจจุบัน อุตสาหกรรมต่าง ๆ มีพัฒนาการอย่างรวดเร็ว ทำให้ supplier เข้ามามีบทบาทที่สำคัญสำหรับการดำเนินธุรกิจ” เมื่อมาคิด ๆ ดูแล้ว หลาย ๆ บริษัทก็มีการกำหนดวิธีการจัดซื้อ การจ่ายเงิน และวิธีปฏิบัติต่าง ๆ หรือ ประยุกต์นำเอาระบบอัตโนมัติมาใช้ เพื่อลดต้นทุน แต่หากพูดถึงวิธีการในการจัดการ supply network แล้ว วิธีการที่ทำอยู่ในปัจจุบันมักอาศัยฟรีแวร์ (โปรแกรมฟรี ) ในการบริหาร supplier ดังนั้น Supplier Performance Management จึงไม่ได้กลายเป็นส่วนสำคัญขององค์กร นั่นก็เพราะเราได้เอาเครื่องมือที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันมาใช้

       Kent Barnett CEO ของบริษัท ClientLoyalty ได้อธิบายว่า บริษัทของเขานั้นมีการทำ Supplier Management โดยทำตัวเองให้เป็นเสมือนตัวขับเคลื่อนข้อมูล ที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานของ Supplier ให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด โดยจะต้องตั้งเป้าหมายให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ขององค์กร นอกจากนี้เขายังมองว่าเรื่อง ความสัมพันธ์กับ supplier  ก็เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อผลการดำเนินงานขององค์กร

       โดย Mr. Barnett กล่าวว่า ตัวเขานั้นได้กำหนด KPIs ไว้สำหรับวัดผลการดำเนินงานของ supplier รวมไปถึงปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น ข่าวสารใหม่ ๆ  และ Social media เนื่องจากเป็นช่องทางที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ trend เร็วกว่าช่องทางอื่น ฉะนั้น เมื่อเราอยู่ในโลกของ big data และ การวิเคราะห์ข้อมูล ทำไมเราถึงไม่นำข้อมูลที่เรามี มาประยุกต์ใช้ใน supply chain management โดยอาศัยหลักการ Six Sigma เข้ามาช่วย

       หลักการ Six Sigma คือ เทคนิคการจัดการเพื่อ ปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจ ผ่านการลดความน่าจะเป็นของความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ในอุตสาหกรรมยานยนต์ Failure Mode and Effects Analysis (FMEA) คือ กระบวนการที่ได้รับมาจากการศึกษาเกี่ยวกับวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ โดยอุตสาหกรรมตระหนักว่า ผลของ FMEA จะเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญของผลการดำเนินงาน ซึ่งจะทำงานตลอดเวลา เพื่อปรับปรุงการทำงานอย่างต่อเนื่อง เมื่อการทำงานมีการปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา โอกาสที่จะเกิดความผิดพลาดจะน้อยลง เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการให้คะแนน supplier โดยคิดจากความร่วมมือในการทำงานร่วมกัน เพราะ six sigma ถือว่า การทำงานร่วมกัน (ความสัมพันธ์กับ supplier) ถือเป็นหน้าที่ที่สำคัญ

       โดยนักวิเคราะห์หลาย ๆ ท่านเห็นด้วยว่า Supplier Performance Management ที่มีประสิทธิภาพ สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจได้ถึง 15% โดยการทำ Supplier Performance Management ไม่ควรแก้ไขเป็นกรณี ๆ ไป แต่ควรนำข้อมูลในอดีตที่เคยเกิดขึ้นทั้งหมดมาวิเคราะห์ ออกแบบวิธีการแก้ปัญหาเชิงรุก ไม่รอให้เกิดปัญหา แต่หาแนวทางป้องกันไว้ล่วงหน้า เมื่อเกิดปัญหาขึ้น ก็สามารถแก้ไขได้ทันที

สรุปได้ว่า Great Supplier makes Great supply chain หรือก็คือ supplier ที่ดีก็ทำให้ supply chain ดีตามไปด้วย แต่อย่างไรก็ตาม Supplier ก็เป็นเพียง 1 ในหลาย ๆ ปัจจัยของ supply chain ที่เราต้องให้ความใส่ใจ แต่อย่างลืมให้ความสำคัญกับปัจจัยอื่น ๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็น การผลิตที่มีคุณภาพ การจัดส่งสินค้าที่ถูกต้อง ตรงเวลา หรือ ช่องทางการจัดจำหน่ายที่เข้าถึงผู้บริโภค ก็เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของ supply chain เช่นเดียวกัน

** ท่านสามารถ “Comment”(Log-in ก่อน) กด “Like” กด “Share” บทความนี้ไปที่ Facebook ได้เลย **

เรียบเรียงโดย BLOG.SCGLogistics
อ้างอิงและรูปภาพจาก forbes.com, lertad.com, santipopbuddeesing.blogspot.com

Share this post