จะทำอย่างไร เมื่อไม่มีใครอยากขับรถบรรทุก

สหรัฐอเมริกากำลังเผชิญปัญหาการคลาดแคลนคนขับรถบรรทุกเป็นประวัติการณ์จากข้อมูลของสมาคมรถบรรทุกของอเมริกากล่าวว่าภายในปี 2569 อเมริกาจะคลาดแคลนคนขับรถบรรทุกถึง 175,000 คน ทั้งนี้ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าและทำให้การจัดส่งสินค้าเกิดความล่าช้า โดยค่าขนส่งที่สูงขึ้นเกิดจากมีปริมาณงานมากกว่าจำนวนคนขับรถ

ปัญหาคลาดแคลนคนขับรถจะยังคงดำเนินต่อไปในปี 2019 หรือไม่?

สัญญาณทุกอย่างบ่งชี้ว่า…ใช่!

อาจจะดูเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับผู้บริโภค หรือเป็นปัญหาของผู้ประกอบการโลจิสติกส์ แต่การคลาดแคลนคนขับรถส่งผลต่อองค์รวมของเศรษฐกิจ เพราะความต้องการจ้างงานคนขับรถบรรทุกมีสูงกว่าจำนวนแรงงาน จึงว่าจ้างด้วยค่าแรงที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนสูงขึ้น และถูกผลักเป็นภาระของผู้บริโภค

ทำไมจึงเกิดปัญหาคลาดแคลนคนขับรถบรรทุก?

© Trucking.org

            ทั้งที่มีความต้องการส่งสินค้าจำนวนมาก แล้วทำไมถึงเกิดปัญหาคลาดแคลนคนขับรถส่งสินค้า หรือเพราะคนขับรถกำลังมองหางานที่ได้ค่าตอบแทนมากกว่า? จากการสำรวจพบว่ามีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในบทความนี้จะมาเจาะลึกถึงสาเหตุ และแนวทางแก้ปัญหา

©hoffmannworkcomp.com

Demographics

            หนึ่งในปัญหาใหญ่ที่สุดต่อการคลาดแคลนคือเรื่อง Demographics โดยกลุ่มคนขับรถบรรทุกส่วนใหญ่ประกอบด้วยผู้ชาย อายุ 45 ปีขึ้นไป ส่วนผู้หญิงคิดเป็นเพียงร้อยละ 6 ของคนขับรถบรรทุก และผู้หญิงหลายคนยังมีมุมมองว่าอาชีพขับรถบรรทุกเป็นงานของผู้ชาย

            จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแรงงาน พบว่าอายุเฉลี่ยของคนขับรถบรรทุกอยู่ที่ 55 ปี และส่วนใหญ่จะเกษียณภายใน 10 ปี ดังนั้นหากไม่สามารถจ้างคนขับรุ่นใหม่เข้ามาอุตสาหกรรมรถบรรทุกได้ จะยิ่งทวีความรุนแรงของความคลาดแคลนคนขับรถบรรทุก

            การจ้างงานคนรุ่นใหม่เป็นโจทย์ที่ท้าทายอย่างมาก เมื่อกฏหมายกำหนดให้อาชีพขับรถบรรทุกต้องมีอายุอย่างน้อย 21 ปี และต้องผ่านการฝึกอบรม ซึ่งช่องว่าง 3 ปีหลังจากจบการศึกษานั้น คนรุ่นใหม่อาจพบเส้นทางอาชีพอื่นที่แตกต่างกันออกไป

A Challenging Lifestyle

            วิถีชีวิตของสิงห์รถบรรทุกคือต้องเดินทางอยู่บนท้องถนนเป็นเวลานาน โดยเฉพาะคนขับรุ่นใหม่ที่จะถูกมอบหมายให้ส่งสินค้าระยะไกล ทำให้กลับไปใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวเพียงไม่กี่ครั้งต่อเดือน จึงเป็นเรื่องยากที่จะใช้เวลาอยู่กับครอบครัว ทำให้สายอาชีพนี้ถูกมองข้ามไป

©Truckstop.com

อัตราการลาออก 94% เกิดจากวิถีชีวิตที่ท้าทายของสายอาชีพคนขับรถบรรทุก

            การคลาดแคลนคนขับรถบรรทุกยิ่งทำให้ปัญหาแย่ลง เพื่อให้สามารถจัดส่งได้ตามแผนงาน คนขับรถบรรทุกจำเป็นต้องเพิ่มชั่วโมงการทำงานชดเชยแรงงานที่ขาดหายไป ลองนึกภาพการไปท่องเที่ยวสุดสัปดาห์ไม่กี่วัน โดยใช้ชีวิตในรถ ต้องอาบน้ำ กิน และนอนในรถยังเป็นเรื่องยากสำหรับคนทั่วไป เช่นเดียวกับคนขับรถบรรทุกจำนวนมากที่ต้องประสบปัญหาโรคนอนไม่หลับ หรือทรมานจากการอดหลับอดนอนเพราะใช้ชีวิตหลังพวงมาลัย

ไม่ใช่ปัญหาเรื่องการหลับนอนอย่างเดียวที่คนขับรถบรรทุกต้องเผชิญ ยังมีความเสี่ยงจากโรคเบาหวาน โรคทางเดินอาหาร รวมไปถึงความดันโลหิตสูง เพราะช่วงเวลาทำรายได้คือการใช้เวลาอยู่บนถนน ดังนั้นการพักทานอาหารจึงถูกละเลย ซึ่งตัวเลือกอาหารนอกจากจะถูกจำกัดจากเส้นทางการสัญจรแล้ว ยังโดนบีบด้วยเวลา มื้ออาหารจึงมักจบที่อาหารจานด่วน

            Inefficiency

การบริหารจัดการเที่ยวเปล่าที่ไม่มีประสิทธิภาพถือเป็นอีกสาเหตุเช่นกัน เกือบร้อยละ 20 ของระยะทางการขนส่งเป็นการวิ่งเปล่า คิดเป็นระยะทางกว่า 104,600 ล้านกิโลเมตรต่อปี ซึ่งเป็นระยะทางที่ไม่ก่อเกิดรายได้ให้คนขับรถบรรทุก

©milldesk.com

จากการสำรวจพบว่าคนขับรถจะต้องรอการขนถ่ายสินค้าประมาณ 2 ชั่วโมง โดยที่การเสียเวลาเหล่านั้น ไม่มีการจ่ายค่าชดเชยใดๆ และเกือบร้อยละ 63 ของคนขับรถบรรทุกจะต้องรออย่างน้อย 3 ชั่วโมง เมื่อพวกเขาอยู่ที่ท่าเรือ

            อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้คนขับรถบรรทุกสูญเสียเวลาไปอย่างเปล่าประโยชน์ เพราะการจัดการคำสั่งงานอย่างไม่มีประสิทธิภาพของตัวแทน (Freight broker) ด้วยวิธีการแจ้งอีเมล, โทรศัพท์ และแฟกซ์ ซึ่งกว่าจะแจ้งงาน จองรถ และยืนยันคำสั่งงาน อาจใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง

การแก้ปัญหาการคลาดแคลนคนขับรถบรรทุกในสหรัฐอเมริกา

            ปัญหาการคลาดแคลนคนขับรถเป็นปัญหาที่ซับซ้อน ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยโซลูชันเดียว แต่ในอุตสาหกรรมมีการหารือถึงปัญหา และเสนอมาตรการที่เป็นไปได้สองถึงสามอย่าง เพื่อบรรเทาหรือขจัดปัญหาการขาดแคลนได้

©scania.com

ปรับข้อกำหนดอายุขั้นต่ำของคนขับรถ

            หลังจบการศึกษาระดับมัธยมปลายอาจมีหลักสูตรอบรมระยะสั้นเท่าที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงาน ลดการใช้เวลายาวนานถึงสามปีในการฝึกอบรม ซึ่งการปรับข้อกำหนดอายุ จะช่วยให้นักขับรุ่นใหม่เข้าสู่อุตสาหกรรมได้เร็วขึ้น

การปรับปรุงประสิทธิภาพ

            มีหลายวิธีที่จะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการสื่อสารระหว่างตัวแทนขาย คนขับรถบรรทุก และลูกค้า เช่น ระบบช่วยตอบรับงานถัดไปเมื่อรถบรรทุกเดินทางใกล้ถึงสถานที่จัดส่งงานปัจจุบัน

            ในส่วนของตัวแทนขาย (Freight broker) อาจใช้ระบบค้นหาคนขับรถบรรทุกโดยค้นหาจากในพื้นที่ใกล้เคียง หรือจากค่าขนส่ง รวมถึงนำเทคโนโลยีมาช่วยปรับปรุงการจัดการคำสั่งงานให้คล่องตัวมากขึ้น ลดเวลาการแจ้งงาน และตอบรับงานภายใน 30 นาที เป็นต้น

©fleetwatch

เพิ่มความหลากหลายของกลุ่มนักขับ

            จากข้อมูลที่พบว่าคนขับรถส่วนใหญ่เป็นเพศชาย ดังนั้นอาจมีการส่งเสริมภาพลักษณ์เพื่อปรับทัศนคติ และเจาะกลุ่มใหม่ๆ เช่น นักขับเพศหญิง กลุ่มทหารผ่านศึก หรือชนกลุ่มน้อย ซึ่งจะช่วยให้เพิ่มนักขับกลุ่มใหม่เข้าสู่อุตสาหกรรม และเป็นการเพิ่มมุมมองที่มีต่ออาชีพคนขับรถบรรทุก

©Volvo

รถบรรทุกไร้คนขับ

            ถ้าคำนี้ถูกพูดเมื่อทศวรรษที่แล้ว อาจเป็นเรื่องไกลเกินที่จะยกขึ้นมาพูดถึงกัน แต่ในปัจจุบันมันคือสิ่งที่ทั้งภาครัฐ และเอกชนต่างให้ความสำคัญเพื่อมุ่งให้เกิดขึ้นจริงในอนาคต แม้ว่าจะต้องใช้เวลาอีกพอสมควรถึงจะนำรถบรรทุกไร้คนขับมาแทนที่คนขับรถบรรทุกทั้งหมด ดังนั้นคนขับรถรุ่นใหม่ยังคงเป็นที่ต้องการของอุตสาหกรรม ซึ่งจะเป็นกลุ่มคนสำคัญอย่างมากเพราะสามารถปรับตัว และเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เข้ามาใช้กับการทำงานได้อย่างคล่องตัว

©mobileworldlive.com

ต้องการจ้างงานเพิ่มหรอ? จ่ายเพิ่มสิ!

ถึงแม้วิถีชีวิตของสิงห์รถบรรทุกจะท้าทายมากแค่ไหนก็ตามยังคงมีคนจำนวนมากพร้อมจะท้าทายเพื่อแลกกับค่าตอบแทนที่ตื่นตาตื่นใจ

การเพิ่มค่าแรง เพิ่มแพ็คเกจสวัสดิการ และตัวเลือกการเกษียณอายุ จะช่วยดึงดูดให้แรงงานกลับเข้ามาในอุตสาหกรรมรถบรรทุก และช่วยรักษากลุ่มแรงงานให้คงอยู่ ลดอัตราการลาออก ซึ่งอายุงานที่เพิ่มขึ้น ช่วยให้มีนักขับระดับชำนาญการเพิ่มขึ้นเช่นกัน

โดยในเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมาอัตราค่าจ้างเพิ่มขึ้นถึง 6.3% และผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปัญหาการคลาดแคลนคนขับรถบรรทุก

ล่าสุด Wal-mart ประกาศว่าวางแผนเพิ่มค่าแรงสำหรับคนขับรถบรรทุกในปี 2019 เพื่อรักษากำลังพลไว้

            ปัญหาการคลาดแคลนคนขับรถบรรทุกจะยังคงเรื้อรังต่อไปในปี 2019 แต่ในทางเดียวกัน ก็ถือเป็นโอกาสทองของนักขับรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาเพราะการปรับอัตราค่าจ้าง สวัสดิการ สิทธิประโยชน์ และเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยในการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

            อุปสรรคเดียวที่อุตสาหกรรมต้องเผลิญคือ รถบรรทุกไร้คนขับ ซึ่งยังห่างออกไปอีกหลายปี ถึงแม้อาจจะเริ่มเห็นรถยนต์ไร้คนขับบนท้องถนนในอนาคตอันใกล้นี้ แต่ก็น่าจะอีกทศวรรษกว่าที่จะเริ่มเห็นรถบรรทุไร้คนขับบนถนน

แปลและเรียบเรียงโดย : BLOG.SCGLogistics

อ้างอิงเนื้อหาจาก : truckdriverssalary.com

Share this post