ขยายธุรกิจ VS ขยายฐานลูกค้า ธุรกิจยุคใหม่ โฟกัสอะไรก่อนดี ?

ไม่ว่าจะต้องเจอกับปัจจัยภายนอกมากแค่ไหน แต่ธุรกิจของคุณก็ยังคงต้องพัฒนาต่อไป ด้วยแนวทางและกลยุทธ์การดำเนินงานที่เหมาะสม เพื่อประคับประคองและต่อยอดให้ไปถึงเป้าหมายที่ได้วางเอาไว้ ความเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคที่เป็นผลมาจากสถานการณ์ของโลกเองก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้พฤติกรรมของลูกค้าเปลี่ยนแปลงไป ไม่ใช่เพียงแค่ลูกค้ารายย่อยเท่านั้น แต่กลุ่มลูกค้าธุรกิจก็มีแนวโน้มที่จะมองหาช่องทางใหม่ ๆ ในการซื้อขายเช่นกัน หนึ่งในธุรกิจที่ว่าก็คือ ผู้ประกอบการด้าน E-Commerce ซึ่งทำหน้าที่เป็นเสมือนตัวกลางในการเชื่อมต่อผู้ซื้อและผู้ขายให้สามารถเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้น ซึ่งในฐานะผู้ผลิตสินค้า หรือผู้จำหน่ายวัตถุดิบที่เป็นต้นน้ำในตลาด ตลอดจนธุรกิจที่จำหน่ายสินค้าชิ้นใหญ่หรือสินค้าแบบยกล็อต เช่น ผลผลิตทางการเกษตร อุปกรณ์ก่อสร้าง เครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ ซึ่งมักมีคู่ค้าธุรกิจจำนวนไม่มากนัก เมื่อเปรียบเทียบกับธุรกิจที่ขายสินค้าให้ลูกค้ารายย่อย การขยายธุรกิจและเข้าถึงฐานลูกค้าใหม่ ๆ ด้วยแผนการทำงานที่ใช่และระบบการขนส่งของชิ้นใหญ่ทั่วไทยจึงเปรียบเสมือนกลยุทธ์การ “รุก” เพื่อให้ได้มาซึ่งมาร์เก็ตแชร์ที่ต้องการ

วันนี้ เราจะมาพูดถึงความสำคัญของการขยายธุรกิจและการขยายฐานลูกค้าด้วยวิธีการต่าง ๆ มาดูกันว่า ผู้ประกอบการควรเลือกให้ความสำคัญกับเรื่องอะไร ถึงจะตอบโจทย์การทำธุรกิจมากที่สุด 

scale-up-business-by-transportation-over-weight-and-over

ความท้าทายในยุค E-Commerce ผู้ประกอบการรู้ไว้ จะได้รับมือให้ทัน

ก่อนอื่น เรามาพูดถึงความท้าทายที่สำคัญในยุคนี้เป็นอันดับแรก อย่างที่ทราบกันดีว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันนั้นหันไปเลือกซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์ม E-Commerce กันมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าชิ้นใหญ่อย่างเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือแม้กระทั่งวัตถุดิบสำหรับการผลิต ไม่ว่าจะเป็นการซื้อผ่านเว็บไซต์ของแบรนด์โดยตรง การชอปผ่าน Marketplace หรือแม้กระทั่งผ่าน Social Media เพราะระบบเหล่านี้ได้รับการพัฒนาให้ใช้งานง่ายและเสถียรมากขึ้น ทำให้ลูกค้ารายใหญ่และรายย่อยเชื่อถือ ไว้วางใจในเรื่องความปลอดภัยในการสั่งซื้อ ทั้งคุณภาพ ระบบชำระเงิน และการจัดส่งของชิ้นใหญ่ไปต่างจังหวัด หรือคลังสินค้าก็เป็นระบบมากขึ้น เมื่อระบบพื้นฐานในการซื้อขายออนไลน์ไม่ใช่เรื่องที่เกินความสามารถ ดังนั้น ความยากในการพัฒนาธุรกิจจึงไม่ใช่การขาย แต่จะกลายเป็นสิ่งเหล่านี้แทน

  • การทำการตลาด เพราะมีคู่แข่งมากมายที่พร้อมใจกันปรับตัว และหันมาสนใจตลาดด้าน E-Commerce กันมากขึ้น นั่นหมายความว่า คุณต้องหาจุดแข็งของสินค้าและตัวแบรนด์ของคุณ และทำการตลาดให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้มากที่สุด ซึ่งอาจจะไม่ใช่การทำโฆษณาทั่วไปเหมือนการขายลูกค้ารายย่อย แต่เป็นการวิเคราะห์หาช่องทางเข้าถึง หรือทำให้ลูกค้าและผู้ประกอบการรู้จักคุณมากขึ้นในแบบที่ดูน่าเชื่อถือ
  • การจัดการออเดอร์ เนื่องจากเมื่อเข้าสู่วงการ E-Commerce แล้ว แน่นอนว่าคำสั่งซื้อย่อมหลั่งไหลเข้ามาจากหลากหลายแพลตฟอร์ม ยังไม่รวมจากช่องทางออฟไลน์ในกรณีที่ขายทั้งสองทางควบคู่กันไปด้วย หากจัดการไม่ดีอาจจะเกิดปัญหาด้านความพึงพอใจของลูกค้าและความล่าช้าในการทำงาน จึงควรวางระบบติดตามสินค้าในแต่ละขั้นตอน ตั้งแต่กระบวนการแพ็คสินค้าจนถึงการส่งออก หรือใช้บริการ Fulfillment ที่ดูแลการทำงานแบบครบวงจรตั้งแต่การเก็บ-แพ็ค-ส่ง โดยผู้ให้บริการโลจิสติกส์ที่มีความเชี่ยวชาญ
  • การเลือกพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจที่ดี เช่น ผู้ให้บริการขนส่งของชิ้นใหญ่ทั่วไทยที่จะมารับช่วงต่อ และดูแลของที่มีขนาดและปริมาณมากกว่าการขนส่งในรูปแบบปกติ ซึ่งคุณต้องไว้ใจได้ว่าจะนำสินค้าจัดส่งไปถึงผู้รับได้อย่างปลอดภัยและตรงเวลา นอกจากนี้ อย่าลืมมองหาบริการเสริมจากพาร์ทเนอร์ด้านโลจิสติกส์ เพราะบางบริษัทนอกจากจะรับส่งสินค้าแล้ว ยังมีบริการติดตั้งโดยพนักงานที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ ซึ่งจะช่วยสร้างความพึงพอใจให้กับเหล่าลูกค้ามากขึ้นด้วย
  • การดูแลลูกค้า สิ่งที่สำคัญสำหรับการซื้อขายกับองค์กรธุรกิจด้วยกันเองไม่ใช่แค่ขายได้แล้วจบ แต่เป็นการทำอย่างไรให้สามารถรักษาลูกค้าเดิมไว้ ดึงดูดให้กลับมาใช้บริการอีกเรื่อย ๆ เพราะการทำธุรกิจแบบ B2B นั้น ลูกค้าแต่ละรายมีกำลังซื้อสูง และซื้อสินค้าครั้งละมาก ๆ การจับฐานลูกค้าเดิมไว้ให้อยู่กับคุณนาน ๆ จึงช่วยการันตีว่าจะมีออเดอร์จำนวนมากเข้ามาแน่นอน
e-commerce challange in thailand

ขยายธุรกิจ VS ขยายฐานลูกค้า ทางเลือกตอบโจทย์สุดในยุคนี้?  

รู้อย่างนี้แล้วก็มาถึงคำถามที่ว่า ธุรกิจที่จำหน่ายสินค้าชิ้นใหญ่หรือขายส่งให้กับคู่ค้าธุรกิจด้วยกันควรปรับกลยุทธ์ไปในทิศทางใดถึงจะเหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงนี้มากที่สุด ควรขยายธุรกิจให้แข็งแกร่งและมีสินค้ารองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าให้มากขึ้น หรือจะเลือกเพิ่มยอดขายด้วยวิธีขยายฐานลูกค้าพร้อมมีบริการส่งของชิ้นใหญ่ไปต่างจังหวัดเพื่อชิงส่วนแบ่งการตลาดจากผู้ค้าในพื้นที่นั้น ๆ ดี? ความจริงแล้ว อาจไม่มีคำตอบที่ถูกต้องแน่นอน 100% เพราะแต่ละองค์กรมีจุดแข็งและเป้าหมายกันคนละแบบ อย่างผู้จำหน่ายเครื่องจักรหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าก็ย่อมมีแผนธุรกิจที่ไม่เหมือนกับบริษัทที่จำหน่ายอุปกรณ์ก่อสร้างหรือเฟอร์นิเจอร์ ดังนั้น SCG Logistics จึงจะมาแบ่งปันข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ ดังนี้

ให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจก่อนเป็นอันดับแรก

เริ่มจากการหา Customer Insights ว่าลูกค้าธุรกิจที่คุณร่วมงานด้วยนั้น รายไหนเป็นลูกค้าที่มีศักยภาพและมีแนวโน้มว่าจะกลับมาซื้อสินค้าจากคุณอีก รวมถึงลูกค้ารายนั้นสนใจสินค้าประเภทไหนของเราเป็นพิเศษ และมีความต้องการหรือความสนใจที่มากกว่านี้หรือไม่ เพื่อที่ผู้ประกอบการจะได้นำ Insights เหล่านั้นมาวิเคราะห์และขยายธุรกิจเดิมของตัวเองให้ตอบโจทย์กับลูกค้าเป้าหมายมากขึ้น 

นอกจากนี้ ควรให้น้ำหนักกับสินค้าที่มีแนวโน้มว่าจะทำกำไรได้มาก อาจเพิ่มสินค้าตัวใหม่ให้ตอบโจทย์ Potential Customers ให้มากขึ้น และปรับปรุงพัฒนาบริการให้รองรับและสร้างความประทับใจ เช่น มีระบบขนส่งของชิ้นใหญ่ทั่วไทยที่สามารถติดตามสถานะได้ง่ายและมีเส้นทางขนส่งที่ครอบคลุมคลังสินค้าหรือร้านค้า หรือมีทีมดูแลลูกค้าที่ใส่ใจและพร้อมเตรียมข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับธุรกิจของลูกค้า

ดังนั้น ทางเลือกอย่างการสร้างยอดขายด้วยการขยายธุรกิจให้เติบโตนั้นอาจเหมาะกับผู้ประกอบการที่จำหน่ายสินค้าที่มีความเฉพาะทางสูง ฐานลูกค้าไม่ได้กว้างหรือหลากหลาย แต่มีจำนวนสินค้าในแต่ละคำสั่งซื้อเป็นจำนวนมาก และเป็นสินค้าที่มีราคาสูง ธุรกิจกลุ่มนี้อาจไม่ต้องโฟกัสที่การเพิ่มลูกค้าใหม่ แต่เป็นการรักษาลูกค้าเก่าไม่ให้หนีไปใช้บริการกับคู่แข่งนั่นเอง 

เลือกเพิ่มยอดขายด้วยการขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น

ในทางกลับกัน สำหรับผู้ประกอบการที่จำหน่ายสินค้าที่ค่อนข้างมีความหลากหลาย เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ก่อสร้างและของตกแต่งบ้าน อาจเลือกลุยตลาดกับฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ ในพื้นที่ที่ไม่เคยไปถึง ด้วยการก้าวเข้าสู่ตลาด E-Commerce อย่างจริงจัง และใช้บริการส่งของชิ้นใหญ่ไปต่างจังหวัด เพื่อกระจายสินค้าไปยังร้านค้าหรือคู่ค้ารายย่อยที่อยู่คนละพื้นที่ เป็นการเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจของคุณเป็นที่รู้จัก แม้จะไม่ได้ลงไปเปิดสาขาย่อยด้วยตัวเอง ซึ่งอาจทำให้ได้กลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ที่มองหาสินค้าประเภทเดียวกัน คุณภาพเหมือนกัน แต่มีราคาที่คุ้มค่ากว่า สะดวกกว่า และมั่นใจได้กับกระบวนการขนส่ง เป็นต้น สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเพิ่มการเข้าถึงของสินค้าไปยังพื้นที่อื่น ๆ บริษัทขนส่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ต้องคำนึงถึง ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนักสินค้า ต้องรองรับน้ำหนักและขนาดของพัสดุมากกว่าผู้ให้บริการขนส่งพัสดุปกติ ซึ่งมักรับเพียงแค่พัสดุไม่เกิน 25-30 กิโลกรัมและจำกัดขนาดกล่อง มีพื้นที่ให้บริการตรงกับกลุ่มเป้าหมาย และส่งของชิ้นใหญ่ทั่วไทยด้วยมาตรฐานการขนส่งที่วางใจได้

business-partnership-is-key-success

เลือกจับมือกับพาร์ทเนอร์อย่างชาญฉลาด เพื่อโฟกัสในสิ่งสำคัญอย่างเต็มที่

เพราะการซื้อขายกับลูกค้าธุรกิจนั้น ผู้ประกอบการเองอาจมีทรัพยากรบางอย่างไม่เพียงพอ เช่น งานระบบ หรือการขนส่ง ซึ่งหากจะจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาเอง อาจยังไม่มีความพร้อมด้านเงินทุนและเวลา การเลือกพาร์ทเนอร์มาร่วมงานจึงเป็นสิ่งที่ควรพิจารณาเอาไว้ เพื่อให้คุณมีเวลาไปให้ความสำคัญกับสิ่งที่จำเป็นยิ่งกว่า และมอบงานเหล่านี้ให้อยู่ในมือของผู้ที่มีความเชี่ยวชาญจริง ๆ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ การขนส่งของชิ้นใหญ่ไปต่างจังหวัด ซึ่งคุณอาจจะไม่อยากจัดซื้อรถบรรทุกขนาดใหญ่และจัดตั้งทีมงานขนส่งและวางระบบเองทั้งหมด เพราะจะทำให้เสียเวลาในการพัฒนาสินค้าและวิเคราะห์แผนธุรกิจ ผู้ประกอบการจึงสามารถเลือกร่วมงานกับบริษัทขนส่งที่มีมาตรฐาน เพื่อให้ลูกค้าประทับใจและกลับมาซื้อสินค้ากับคุณอีก 

ปัจจัยที่ทำให้บริษัทคู่ค้าประทับใจในการสั่งซื้อสินค้าจากคุณ

  • สินค้ามีคุณภาพ ไม่โฆษณาเกินจริง เพื่อให้เกิดความไว้วางใจในการซื้อผ่านระบบ E-Commerce ที่ลูกค้าจะไม่ได้สัมผัสกับสินค้าจริงก่อนสั่ง
  • จัดส่งถึงมีลูกค้าอย่างรวดเร็วภายในกรอบเวลาที่ตกลงกันไว้
  • การให้บริการจากบริษัทส่งของชิ้นใหญ่ทั่วไทยเป็นไปตามมาตรฐาน ช่วยส่งต่อความประทับใจจากบริษัทของคุณไปยังลูกค้าด้วยอัธยาศัยที่ดีและความน่าเชื่อถือของพนักงานขนส่ง รวมถึงมีระบบให้ติดตามสถานะการขนส่ง และโทรแจ้งข้อมูลสำคัญแก่ลูกค้า 
  • การดูแลสินค้าก่อนและระหว่างการจัดส่งที่ได้มาตรฐาน สามารถรักษาสภาพสินค้าของคุณไว้ได้ดีที่สุด เพื่อให้บริษัท ร้านค้า หรือผู้ประกอบการปลายทางมั่นใจได้เมื่อนำสินค้าไปกระจายหรือจำหน่ายต่อ หรือนำวัตถุดิบที่ได้รับไปเข้าสู่กระบวนการผลิตต่อไป

จะเห็นได้ว่า การเพิ่มยอดขายเพื่อสร้างกำไรในยุคที่ทุกคนหันมาทำธุรกิจ E-Commerce นั้นมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะในสินค้าชิ้นใหญ่และมีน้ำหนักมาก และไม่ว่าผู้ประกอบการจะเลือกขยายธุรกิจให้เติบโตเพื่อให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพ หรือจะเลือกขยายฐานลูกค้าใหม่ ๆ ไปยังพื้นที่ที่ไม่เคยรุกตลาดมาก่อน คุณภาพของการขนส่งจึงเป็นองค์ประกอบที่ละเลยไม่ได้ เพราะเป็นการนำความน่าเชื่อถือของสินค้าและบริษัทของคุณไปส่งยังลูกค้าปลายทาง

SCG Logistics เราให้บริการขนส่งของชิ้นใหญ่ทั่วไทยด้วยระบบการจัดการที่ทันสมัย พร้อมยานพาหนะและอุปกรณ์การจัดเรียงสินค้าที่ได้มาตรฐาน เหมาะสมกับสินค้าของคุณ และยังดำเนินการโดยพนักงานที่เชี่ยวชาญและมีจิตใจบริการ ที่จะช่วยเป็นคนกลางเชื่อมต่อคุณกับลูกค้าคนสำคัญ ให้คุณมั่นใจตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางด้วยบริการที่มีคุณภาพจาก SCG Logistics ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่

อ้างอิงรูปภาพและบทความจาก : SCG Logistics, kasikornbank.com, thaiwinner.com, techsauce.co, digitide.co

Share this post