Blog

Logistics People


การเตรียมความพร้อมในช่วงเวลาวิกฤติสำหรับธุรกิจ

  • สิงหาคม 10, 2018

_________________________________________________________

ในช่วงเวลาที่ประชาชนต้องการสิ่งของที่จำเป็น ธุรกิจจำเป็นจะต้องมีการเตรียมความพร้อมก่อนล่วงหน้า โดยอาศัยความร่วมมือจาก Stakeholder ทุกฝ่าย

_________________________________________________________

            ช่วงเวลาวิกฤติอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ภัยธรรมชาติ การประท้วง ไฟไหม้ สิ่งเหล่านี้อาจส่งผลให้การขนส่งต้องหยุดชะงักลง การเตรียมแผนฉุกเฉินไว้ก่อนจะช่วยเราสามารถจัดการกับปัญหาได้อย่างรวดเร็วและส่งผลเสียน้อยที่สุด นี่คือตัวอย่างของการเตรียมแผนรองรับกรณีเกิดวิกฤติ

  1. เตรียมแผนฉุกเฉินที่มาจากการระดมสมอง: สิ่งสำคัญในการรับมือคือการสร้างแผนที่ทุกทีมที่เกี่ยวข้องยอมรับร่วมกัน โดยสร้างจากการสมมติสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้และทำแผนเพื่อรองรับ ซึ่งจะต้องระบุผู้รับผิดชอบและผู้ที่เป็นคนซัพพอร์ทในส่วนต่างๆ รวมทั้งต้องให้เห็นบทบาทของแต่ละทีมที่ส่งผลกระทบถึงกันด้วย ดังนั้นในตอนทำแผนจึงจำเป็นต้องมีตัวแทนในทุกๆทีมและทุกๆระดับ เพื่อให้การทำแผนมีความรอบคอบมากที่สุด นอกจากนี้จะต้องทำแผนเชื่อมต่อไปถึงลูกค้าและ Supplier ด้วย
  2. เตรียมสต๊อกสำรองไว้เสมอ: ธุรกิจควรมีวัตถุดิบเผื่อในกรณีที่ Supplier ไม่สามารถขนส่งวัตถุดิบมาได้ ธุรกิจหลายแห่งมีคลังสินค้าหลายๆที่เพื่อกระจายความเสี่ยง สินค้าที่มี Turnover เร็วจะต้องมีสต๊อกเผื่อไว้เสมอ คลังสินค้าของผู้ให้บริการโลจิสติกส์แบบ 3PL,4PL เป็นตัวเลือกที่ดีในการสำรองวัตถุดิบและสินค้าในช่วงฉุกเฉิน เพราะธุรกิจสามารถเลือกเก็บสินค้าในพื้นที่ที่ต้องการได้ในเวลารวดเร็วและไม่ต้องลงทุนเอง นอกจากส่วนของสินค้าและวัตถุดิบแล้ว อีกสิ่งสำคัญที่ต้องสำรองคือข้อมูลและการทำระบบที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ในกรณีที่ต้องอพยพ
  3. สร้างกล่องฉุกเฉิน: ในกรณีที่สถานการณ์เลวร้ายจนต้องอพยพ ธุรกิจควรมีกล่องฉุกเฉินซึ่งประกอบไปด้วยสิ่งจำเป็นของบริษัทซึ่งแตกต่างกันไปตามประเภทธุรกิจ เช่น ข้อมูลที่จำเป็น แฟ้มเอกสารสำคัญ ข้อมูลพนักงาน ข้อมูลลูกค้า สิ่งเหล่านี้จะต้องเตรียมพร้อมไว้เสมอ เพื่อให้สะดวกเคลื่อนย้ายในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน  ในการซ้อมแผนฉุกเฉินก็ควรมีผู้รับผิดชอบในการอัพเดทข้อมูลให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ
  4. ดำเนินการตามแผนฉุกเฉิน: ต่อให้การทำแผนเป็นไปด้วยความรอบคอบเพียงใด เมื่อเกิดเหตุการณ์จริง สิ่งสำคัญคือการตัดสินใจและการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ เมื่อเกิดเหตุการณ์จริงควรมีการประชุมผู้บริหารเพื่อตัดสินใจสั่งการให้เหมาะสมกับสถานการณ์นั้นๆ รวมไปถึงการสื่อสารกับลูกค้าและ supplier เพื่อให้การทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกันและมีข้อมูลที่ตรงกัน

                การจัดการกับปัญหาเป็นสิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมไว้ล่วงหน้าและมีการซักซ้อมกันเป็นประจำ หากธุรกิจสามารถจัดการได้ตามแผนที่วางไว้ก็จะช่วยให้การสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติได้รวดเร็วขึ้น

 

 

เรียบเรียงโดย BLOG.SCGLogistics

อ้างอิงและรูปภาพจาก supplychaindive.com, freepik.com

 

  • 619
  • 0
  • previous
  • next