Blog

Logistics People


ค้นหา 4 ความเสี่ยงของ Supply Chain

  • มกราคม 16, 2018

____________________________________________________

In Brief

Supply chain มีความเสี่ยงอยู่ 4 ประเภท ได้แก่ VUCA (Volatility, Uncertainty, Complexity, and Ambiguity) เราต้องพร้อมต่อสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดอยู่เสมอ นับเป็นความท้าทายที่องค์กรจะต้องมีแผนรับมือ ผู้นำองค์กร รวมถึง พนักงานทุกระดับจะต้องร่วมมือกันปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ และ วิธีการดำเนินธุรกิจ ให้มีความคล่องแคล่ว และ ยืดหยุ่น จึงจะสามารถอยู่รอดและเหนือกว่าคู่แข่งได้

___________________________________________________

Mark Pierson ผู้บริหารด้านการจัดหาและโลจิสติกส์ของ NBC Universal ; บริษัทสื่อ และ รายการบันเทิงชั้นนำของโลก ทั้งด้านการพัฒนา การผลิต และการตลาดของรายการบันเทิง ข่าวและข้อมูลข่าวสารแก่ผู้ชมทั่วโลก;หน้าที่หลัก ๆ ของเขาก็คือการคิดกลยุทธ์ในการจัดหาซัพพลายเออร์ การดำเนินงาน การบริหารจัดการสัญญา และกระบวนการต่าง ๆ เพื่อให้แน่ใจว่า NBC Universal มีกระบวนการด้านโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ และ ขยายการปฏิบัติงานไปยังหน่วยอื่น ๆ ของตนที่กระจายอยู่ทั่วโลก ซึ่งหมายรวมถึง การผลิตรายการทีวี ละคร ข่าว กีฬา และ อื่น ๆ อีกมากมาย

แน่นอนว่า ความเสี่ยงย่อมเกิดขึ้นได้ในธุรกิจทุกประเภท โดยเฉพาะบริษัทที่มีหลาย Business Unit ปริมาณความเสียงที่ต้องเตรียมรับมือนั้นมากมายมหาศาล บริษัทระดับโลกอย่าง NBC Universal ที่มี supply chain ที่ซับซ้อน ทั้งจากการผลิต การค้าปลีก การบริการอาหาร และอื่นๆก็เช่นกัน Mark Pierson ต้องอ่านหนังสือพิมพ์ทุกเช้า และใช้วิธีการที่เรียกว่า VUCA ในการแบ่งประเภทของความเสี่ยงและหาวิธีการตอบสนองต่อความเสี่ยงเหล่านั้นอย่างเหมาะสม

ซึ่งต้องตั้งคำถามอยู่ 2 ข้อด้วยกัน คือ 
1. คุณมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์มากแค่ไหน
2. คุณสามารถพยากรณ์ผลลัพธ์จากการกระทำของคุณได้แค่ไหน

โดย Mark Pierson ได้แบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับความเสี่ยงทางด้าน supply chain และ logistics ไว้เมื่อปีที่แล้ว ตอนร่วมงาน American Supply Chain Summit และขึ้นพูดในหัวข้อ “Seeing the big picture: Gaining visibility across your Supply Chain” กล่าวคือ

Volatility หรือ สถานการณ์ที่มีความผันผวนสูง

  สถานการณ์ที่มีความผันผวนอาจทำให้เราหงุดหงิดอยู่บ้าง เพราะจะมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว และไม่สามารถคาดเดาได้ ซึ่งมักเกิดโดยที่เราไม่ทันตั้งตัว แต่ก็ไม่ได้ยากเกินจะเข้าใจ เราสามารถวางแผน และ คิดกลยุทธ์ในการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ได้ โดย Mark Pierson กล่าวว่า ภัยพิบัติทางธรรมชาติอาจไม่สามารถทำนายได้ แต่ภัยพิบัติทางธุรกิจสามารถทุเลาลงได้ถ้าคุณรักษาเครือข่ายซัพพลายเออร์ ผู้จัดจำหน่าย และ วิธีการขนส่งที่มีประสิทธิภาพไว้ ยกตัวอย่างเช่น disruptive innovation ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น big data, IoT, blockchain และ อื่น ๆ

 

Uncertainty หรือ สถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอน

    ในสถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอน คุณจะรู้เหตุผลว่าทำไมถึงเกิดสถานการณ์หรือผลลัพธ์แบบนี้ขึ้น แต่คุณจะไม่สามารถรรู้ล่วงหน้าได้ว่า อะไรจะเกิดขึ้น (รู้สาเหตุของสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว) ซึ่งอาจเกิดจากการที่เรามีข้อมูลไม่เพียงพอ หรือ ข้อมูลที่มีไม่มีความน่าเชื่อถือ ยกตัวอย่างเช่น Mark Pierson ได้เล่าให้ฟังเกี่ยวกับ NBC Universal ว่า บริษัทได้ดำเนินการธุรกิจฝั่งยุโรป จาก อังกฤษ ซึ่งพวกเขารู้แน่นอนว่าการทำแบบนี้ จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ แต่เพียงยังไม่ทราบว่าจะเกิดผลกระทบอะไร ฉะนั้น เราต้องเก็บข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่สามารถทำได้ ตั้งคำถามบ่อย ๆ เปิดใจยอมรับ และ ฝึกการเอาใจเขามาใส่ใจเรา เพื่อที่เราจะได้เข้าใจว่า ทำไมคนอื่น ๆ หรือ ธุรกิจอื่น ๆ ถึงตัดสินใจแบบนั้น

Complexity หรือ สถานการณ์ที่มีความซับซ้อน

   สถานการณ์ที่มีความซับซ้อน เกิดจากการที่องค์กรอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่มีปัจจัยหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง และ เป็นการยากที่จะเข้าใจถึงความสัมพันธ์ของปัจจัยเหล่านั้นได้ทั้งหมด และด้วยปัจจัยหลายอย่างที่ว่า ทำให้สิ่งที่เราต้องใช้ในการพิจารณาเพื่อตัดสินใจทำสิ่งต่าง ๆ มีมากเกินไป บางครั้งคุณอาจเข้าใจถึงเหตุผลที่เกิดสถานการณ์บางอย่างขึ้น แต่คุณไม่สามารถทำอะไรได้

Mark Pierson ได้ยกตัวอย่างเกี่ยวกับเรื่อง จำนวนเรือคอนเทนเนอร์ที่ล่าช้าเพิ่มขึ้นกว่า 40% ที่ท่าเรือ Yangshan อันเนื่องมาจากสภาพอากาศที่มีหมอกหนาเมื่อเดือนเมษายนปี 2017 จากเหตุการณ์ตัวอย่าง คุณสามารถคาดเดาผลกระทบที่เกิดจากสภาพอากาศได้ แต่เราไม่สามารถควบคุมโครงสร้างพื้นฐานของประเทศอื่น ๆ ได้ วิธีการที่ดีที่สุดที่จะช่วยลดผลกระทบจากสถานการณ์ที่มีความซับซ้อนนี้ คือการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ทำให้ปัญหาง่ายขึ้น  และ ใช้วิธีคิดอย่างเป็นระบบในการทำความเข้าใจปัจจัยต่าง ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาลุกลามไปมากกว่านี้ อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า จะมีปัจจัยหลายตัวที่ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์นี้ แต่เราต้องทราบว่าปัจจัยตัวไหนส่งผลกระทบมากน้อย และ เลือกแก้ปัญหาจากตรงนั้น จะทำให้ผลกระทบที่เกิดจากสถานการณ์ที่มีความซับซ้อนบรรเทาลงได้

Ambiguity หรือ สถานการณ์ที่มีความคลุมเครือ

   สถานการณ์แบบนี้ เปรียบเสมือนโลกของ Rumsfeld ที่เรียกว่า unknown เพราะ เมื่อไรก็ตามที่เกิดสถานการณ์ที่คลุมเครือและไม่มีความชัดเจนของปัจจัยแต่ละตัว เราจะไม่สามารถเข้าใจถึงความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลของปัจจัยแต่ละตัวได้เลย สิ่งที่อาจเกิดขึ้นจากสถานการณ์ลักษณะนี้อาจตีความได้มากกว่า 1 อย่าง ยกตัวอย่างเช่น การที่เราเข้าไปลงทุน หรือ ขยายตลาดในกลุ่มสินค้าที่ไม่ใช่สินค้าหลักขององค์กร การเข้าไปขายสินค้าในตลาดใหม่ ๆ ที่เราไม่มีความรู้ ไม่มีข้อมูลมาก่อน เราจะไม่สามารถรู้ได้ว่าควรจะใช้กลยุทธ์อะไรถึงจะประสบความสำเร็จ สิ่งที่เราจะต้องทำเมื่อเกิดสถานการณ์คลุมเครือคือ ความคล่องตัว เราต้องสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว เรียนรู้จากความผิดพลาด และ มองหาวิธีการใหม่ ๆ ในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงสร้างเครือข่ายธุรกิจให้แข็งแกร่งในทุก ๆ ระดับขั้นขององค์กร

จะเห็นได้ว่า VUCA ทำให้เราต้องเตรียมพร้อมต่อสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดอยู่เสมอ เป็นความท้าทายที่องค์กรจะต้องมีแผนรับมือ แต่แน่นอนว่า VUCA เกิดจากปัจจัยภายนอก ซึ่งเป็นปัจจัยที่เราไม่สามารถควบคุมได้ ฉะนั้น อย่าคาดหวังว่าเมื่อดำเนินการตัดสินใจทำอะไรลงไปแล้วจะทำให้สถานการณ์ที่เลวร้ายนี้หมดไปโดยสิ้นเชิง แต่เราสามารถบรรเทาความรุนแรงได้เท่านั้น ผู้นำองค์กร รวมถึง พนักงานในทุก ๆ ระดับจะต้องร่วมมือกันปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ และ วิธีการดำเนินธุรกิจ ให้มีความคล่องแคล่ว และ ยืดหยุ่น จึงจะสามารถอยู่รอดและเหนือกว่าคู่แข่งได้

 

** ท่านสามารถ "Comment"(Log-in ก่อน) กด "Like" กด "Share" บทความนี้ไปที่ Facebook ได้เลย ***

 

เรียบเรียงโดย BLOG.SCGLogistics

อ้างอิงและรูปภาพจาก generisgp.com, nbcuniversal.com, bangkokbiznews.com, pexels.com

  • 2816
  • 0
  • previous
  • next