Blog

Logistics Update


จับตากลยุทธ์การค้าใน Singles' Day ตอนที่ 1

  • มกราคม 05, 2018

 

____________________________________________________

In Brief

Alibaba เปิดเทศกาล Shopping วันที่ 11 เดือน 11 ในเวลาเพียง 11 นาที ยอดการซื้อขายสินค้ารวมทะลุ 500 ล้านบาท และในเวลาเพียง 28 นาที ทะลุถึง 5,000 ล้านบาท ในขณะที่สินค้าส่งถึงมือลูกค้าที่ในประเทศจีนชิ้นแรกภายใน 12 นาทีหลังจากเปิดเทศกาล . . . Amazing !!

___________________________________________________

“Chinese Singles’ Day” หรือ “ว้นคนโสด” ถือเป็นเทศกาลเฉลิมฉลองสำหรับคนโสดทั่วประเทศจีน และยังกลายเป็นเทศกาลแห่งการ shopping (ทั้งออฟไลน์และออนไลน์) ที่มีมูลค่ามหาศาลของโลกด้วย จาก campaign การทำธุรกิจของยักษ์ใหญ่ Alibaba  (ใน Tmall และ Taobao) โดยในปี 2013 มูลค่าการซื้อขายสินค้ารวมประมาณ 5.8 พันล้านเหรียญดอลล่าร์ หรือ 189 พันล้านบาท ในปีถัดมาเขยิบสูงขึ้นเป็น 467 พันล้านบาท และเพิ่มสูงขึ้นทุกปี จนในปี 2017 มูลค่าการซื้อขายสูงขึ้นถึง 8.39 แสนล้านบาท (เพิ่มขึ้นจากปี 2016 ถึง 39%) ซึ่งทำให้สถิติของ “Black Friday” และ “Cyber Monday” ถูกลบออกจากหน้าประวัติศาสตร์อย่างสิ้นเชิง  นอกจากนี้ในวันเดียวกันนั้น มีร้านค้าผู้ขายสินค้า 167 รายที่สร้างยอดขายได้ 492 ล้านบาท  อีก 17  รายสร้างยอดขายได้ 2,455 ล้านบาท และอีก 6 รายสร้างยอดขายได้สูงถึง 4,913 ล้านบาท ที่สำคัญคือเม็ดเงินที่ถูกชำระค่าสินค้า/ขนส่งผ่าน Alipay; แพลตฟอร์มการจ่ายเงินออนไลน์ของ Alibaba Group ที่ก่อตั้งโดย Jack Ma เมื่อปี 2004; สูงถึง 48 พันล้านบาท (โดย 90% มาจากการทำรายการผ่านโทรศัพท์มือถืออีกด้วย)

การบริหารจัดการการซื้อขายออนไลน์ของ Alibaba ในวันคนโสดนั้น ถือได้ว่าสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับธุรกิจค้าปลีกออนไลน์อย่างมาก เพราะนอกจากมูลค่าการซื้อขายที่มากมายมหาศาลแล้ว ธุรกรรมออนไลน์ที่เกิดขึ้นในระบบก็มากมายตามไปด้วย เมื่อเทศกาล shopping เกิดขึ้นเพียง 5 นาที ธุรกรรมการสั่งซื้อสินค้าเกิดขึ้นในระบบสูงสุดถึง 325,000 ครั้ง และมีการชำระเงินพร้อมกันสูงถึง 256,000 ครั้งเลยทีเดียว Alibaba ได้นำเทคโนโลยีต่างๆเข้ามาบริหารจัดการเทศกาลนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้ง “Cloud Computing” และ “Artificial Intelligence” โดยขอถอดรหัสกลยุทธ์ที่ Alibaba นำมาประยุกต์ใช้ในวันสำคัญแบบนี้ ดังนี้

1.Online to Offline (O2O) : Alibaba ได้ขยายช่องทางการขายสินค้าจากร้านค้าแบบออนไลน์ (บน Website) ไปสู่ร้านค้าจริงๆแบบออฟไลน์ที่สามารถจับต้องสินค้าได้ โดยได้จัดตั้ง “Pop-up Store” กว่า 1,000 ร้านค้าทั่วประเทศ เพื่อให้ลูกค้าสามารถทดลองสินค้าได้ก่อนสั่งซื้อสินค้า/ชำระเงินผ่านระบบออนไลน์ (สร้าง Customer Experience ใหม่ๆให้กับลูกค้าที่เคยซื้อสินค้าออนไลน์) และเหนือกว่านั้น ยังมี “Smart Pop-up Store” ร้านค้าอัจฉริยะกว่า 100,000 ร้านค้าจาก 31 มณฑล (334 เมือง) ที่ถูกสร้างขึ้นเป็นพิเศษ ตัวอย่าง Smart Pop-up Store หนึ่งในเมืองปักกิ่ง ตั้งอยู่ในย่าน “Sanlitun Area” ที่มีร้านค้าและสถานบันเทิงมากมาย ถือได้ว่าเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของการช๊อปปิ้งและรับประทานอาหารในปักกิ่ง โดย “Smart Pop-up Store” นี้แบ่งออกเป็น 5 ส่วน คือ ส่วนของห้องครัว ห้องเรียน/อ่านหนังสือ ห้องนอน ห้องน้ำและห้องนั่งเล่น โดยแต่ละห้องจะมีสินค้าที่ต้องการขายวางอยู่ ความพิเศษคือ ลูกค้าสามารถทดลองใช้สินค้าเหล่านั้นได้ ด้วยการสั่งงานด้วยเสียงผ่าน Tmall Genie (หรือ AliGenie) ลำโพงอัจฉริยะที่มี Feature การทำงานเหมือนคู่แข่งอย่าง Amazon Echo ไม่ว่าจะสั่งการอุปกรณ์สมาร์ทโฮมภายในบ้าน, สั่งให้อ่านข่าว/พยากรณ์อากาศ/เล่นเพลง ฯลฯ  หรือสั่งงานผ่าน Application บน Smart Phone และหากต้องการข้อมูลสินค้าเพิ่มเติม ก็ทำได้ง่ายๆ โดยการ scan QR code ข้อมูลของสินค้าจะแสดงขึ้นมาบนหน้าจอ และเช่นเดียวกับการแสดงผลในเว็บไซต์ของ Alibaba ซึ่งลูกค้าสามารถกดสั่งซื้อสินค้านั้นได้ทันที เป็นต้น

2. Artificial Intelligence (AI) : ร้านค้าอัจฉริยะที่มีเฉพาะวันคนโสดนี้ เป็นการโปรโมตธุรกิจค้าปลีกแนวใหม่ที่มีการนำ AI เข้ามาเป็นเครื่องมือสำคัญในการวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้า เพื่อเรียนรู้และเข้าใจความต้องการของลูกค้าที่แท้จริง  AI ที่ Alibaba นำมาใช้คือ FashionAI Stylist หน้าจออัจฉริยะที่มาพร้อมเทคโนโลยี “Deep Learning” สามารถจดจำสินค้าต่างๆได้มากถึง 100 ล้านชิ้น โดยสินค้าจะถูกฝังเซนเซอร์ไว้ ระบบจะจดจำรายการที่ลูกค้าหยิบ/ลองในห้องลองเสื้อผ้า และแนะนำสินค้าที่เหมาะสม (ใน Style เดียวกันที่ได้จากการวิเคราะห์ข้อมูลแล้ว) พร้อมกับ “จำลอง/ร่าง” สินค้าใหม่ให้กับลูกค้าด้วย (Mix & Match) ตลอดจนสามารถแนะนำสินค้าที่เกี่ยวข้องบนชั้นวางสินค้าในร้านค้าหรือใน Application ในขณะที่ Alibaba ใช้ AI ในการคาดการณ์สินค้าที่ลูกค้าน่าจะสนใจไว้ล่วงหน้า และ stock สินค้าเหล่านั้นไว้ที่ร้านค้า/คลังสินค้าบริเวณใกล้เคียงกับลูกค้า ซึ่งทำให้สามารถจัดส่งสินค้าไปที่บ้านลูกค้าได้ย่างรวดเร็ว  โดยสถิติในวัน Single Days นั้น Alibaba สามารถจัดส่งสินค้าถึงมือลูกค้าในจีนชิ้นแรกได้ภายใน 12 นาทีแรก และยังส่งถึงมือลูกค้าปลายทางในต่างประเทศได้ภายในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมงอีกด้วย

3. Virtual Reality (VR) :  Virtual Reality เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในการสร้างการรับรู้ “ความเป็นจริงเสมือน” หรือการมีส่วนร่วมกับสิ่งที่ไม่ได้มีอยู่จริง ณ ขณะนั้น แต่เกิดจากการสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีทำให้เหมือนมีสิ่งเหล่านั้นอยู่จริง (ทั้งภาพ เสียงและความรู้สึก) Alibaba ได้นำ VR มาใช้ในการสร้างประสบการณ์การ Shopping ให้กับลูกค้าในชื่อ “Buy+” โดยอุปกรณ์ที่ใช้มีเพียง “Cardboard VR Headset” แว่นตาอัจฉริยะ กับโทรศัพท์มือถือเท่านั้น

Buy+ ทำให้ลูกค้าของ Alibaba สามารถค้นหาและทำรายการสั่งซื้อสินค้าจากห้างต่างๆทั่วโลกได้ (ค้นหาผ่าน Virtual Mall) เสมือนลูกค้าได้เดินช๊อปปิ้งอยู่ในห้างนั้นจริงๆ และ Buy+ ได้ integrate กับ Alipay แค่เพียงลูกค้าพยักหน้า ก็จะสามารถชำระเงินได้ทันทีอีกด้วย ในขณะที่ข้อดีของ VR อีกข้อหนึ่งก็คือ ร้านค้าไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านจริงๆ (ตรงข้ามกับ Online to Offline) แต่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ/ลูกค้าต่างประเทศในวงกว้างได้มากขึ้น Buy+ ถูกนำมาใช้ในวันคนโสด ซึ่งนั่นทำให้การเลือกซื้อสินค้าน่าสนใจ แปลกใหม่และสนุกสนานกว่าเดิม

4. Augmented Reality (AR) : เมื่อพูดถึงความสนุกสนานในการ shopping แล้ว Alibaba ยังไม่หยุดอยู่แค่ VR แต่ยังนำเอา AR มาผสมผสานให้สนุกสนานขึ้นไปอีก โดย Alibaba ได้ใช้เทคโนโลยีดังกล่าว สร้าง “เกมส์จับแมวดำ” สัญลักษณ์ของ Website Tmall.com (เหมือนคู่แข่งสุดฮ๊อตอย่าง Pokemon Go) บน Taobao Application โดยมีร้านค้ากว่า 7,000 แห่งเข้าร่วมในเกมส์ดังกล่าว (ร้าน Starbucks  2,000 สาขาและ KFC 5,000 สาขา) เมื่อผู้เล่น(ลูกค้า)สามารถจับแมวดำในเกมส์ได้แล้ว จะได้รับ Promotion พิเศษจากร้านค้าต่างๆนั่นเอง และจากสถิติในวันคนโสดมีผู้เข้าร่วมเล่นเกมส์ถึง 70 ล้านคนเลยทีเดียว

นี่เป็นเพียงบางส่วนของกลยุทธ์การทำธุรกิจที่ Alibaba นำมาใช้ในวันคนโสดที่มีมูลค่าการซื้อขายมหาศาลภายในวันเดียว เรามาติดตามเส้นทางดำเนินธุรกิจในวัน Singles’ Day ของ Alibaba ในตอนที่ 2  ว่ายักษ์ใหญ่ได้งัดอาวุธอะไรออกมาสู้ศึกครั้งนี้บ้าง เพราะถึงแม้ว่าเทคโนโลยีจะเป็นตัวแปรสำคัญในการสร้างยอดขายให้กับ Alibaba แต่ประเด็นเรื่องของจริยธรรมทางการค้ายังคงเป็นที่กล่าวถึงกัน เพราะในความเป็นจริงแล้ว Singles’ Day เปรียบเสมือนผลลัพธ์ของการทดลองการเล่นเกมส์และการแข่งขันทางด้านข้อเสนอ (Promotion) ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าที่ท้ายที่สุดสามารถเพิ่มยอดขายให้ร้านค้าได้มากมาย ลูกค้าบางรายถึงกับเลือกสินค้าใส่ในตะกร้าอิเล็กทรอนิกส์ไว้ล่วงหน้าเป็นสัปดาห์ เมื่อถึงวัน Singles’ day จึงค่อยดำเนินการซื้อสินค้าเพื่อให้ได้ Promotion พิเศษสุดตามที่คาดการณ์ไว้ เทคโนโลยีจึงมีบทบาทเป็นเพียงเครื่องมือ “Touch-and-go” ที่ไม่สามารถคงอยู่ได้นาน

แล้วพบกันในตอนที่ 2 เร็วๆนี้  !!! 

 

** ท่านสามารถ "Comment"(Log-in ก่อน) กด "Like" กด "Share" บทความนี้ไปที่ Facebook ได้เลย ***

 

เรียบเรียงโดย BLOG.SCGLogistics

อ้างอิงและรูปภาพจาก forbes.com, technologyreview.com, theverge.com, technology.inquirer.net, techcrunch.com, ndtv.com, alrasub.com, pexels.com, .thedrum.com

  • 4405
  • 0
  • previous
  • next