Blog

Logistics Update


การบุกตลาด e-commerce ในจีนของ Walmart

  • ธันวาคม 04, 2017

____________________________________________________

In Brief

หัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจของ Walmart ในครั้งนี้ ถูกเรียกว่า “Dark Store” นั่นคือ ร้านค้าสะดวกซื้อขนาดกระทัดรัดที่อยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ที่ขายสินค้ากว่า 1,500 รายการ โดยพนักงานจะพิมพ์รายการคำสั่งซื้อของลูกค้าออกมาจากระบบ  หยิบสินค้าจากชั้นวาง ใส่สินค้าทั้งหมดตามออร์เดอร์ลงในถุง แล้วกดปุ่มเพื่อเรียกพนักงานขับรถส่งสินค้า ที่สามารถขนส่งได้ภายใน 1 ชั่วโมง!!

___________________________________________________

ก่อนหน้านี้ ได้เคยนำเสนอการจับมือกันของสองบริษัทยักษ์ใหญ่ อย่าง “Google” และ “Walmart” ในการทำธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ (จากบทความ “เมื่อ Google และ Walmart  จับมือกันในธุรกิจค้าปลีกออนไลน์!”) และหวังว่าการดำเนินการในครั้งนั้น จะสามารถสั่นสะเทือนเจ้าผู้ครองตลาดอย่าง Amazon ได้บ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งดูเหมือนว่าธุรกิจของ Walmart จะดีขึ้นตามลำดับ แต่นั้นเป็นเพียงการขยับตัวของ Walmart ในขั้นแรกเท่านั้น

เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา Walmart ได้ประกาศว่ากำลังจะเปิดร้านค้าปลีกออนไลน์บน platform ของ JD.com; (หรือรู้จักกันดีในนาม Jingdong) บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งวงการค้าปลีกออนไลน์ (B2C) ของประเทศจีน (ตีคู่มากับ Alibaba) โดย JD.com เป็นบริษัทที่มีการนำเทคโนโลยีไฮเทคมาใช้ดำเนินงาน ทั้ง AI และ Drone โดยถือเป็นบริษัทที่มีระบบ Drone Delivery ที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วย; โดยจะมีสินค้าขายดีของ Walmart กว่า 1,700 รายการ จากร้านค้าของ Walmart ในประเทศจีน ลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้าออนไลน์ก่อนเวลา 11:00 จะได้รับสินค้าในวันนั้น (หรือ Same day Delivery) ออร์เดอร์ของลูกค้าจะถูกบริหารจัดการผ่านคลังสินค้า พนักงานขนส่งสินค้าและโดรนของ JD.com  แม้ในความเป็นจริงแล้ว Walmart ได้ขายการดำเนินการ “e-commerce” ให้กับ JD ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2016 หลังจากที่ Walmart ได้ Joint-venture กับ Yihaodian; เว็บไซต์สำหรับ B2C e-commerceของจีนในปี 2011 และได้ถือหุ้นใหญ่ในปี 2015 ซึ่งถือว่าที่ผ่านมานั้น ไม่ประสบความสำเร็จตามที่หวังไว้; ซึ่งทำให้  Walmart ถือหุ้นประมาณ 5% ใน JD  นับจากนั้นเป็นต้นมาทั้งสองบริษัทพยายามที่จะฟื้นสถานการณ์และเพิ่มยอดขายออนไลน์ให้กับ Walmart  จนถึงปัจจุบัน

 

Walmart ได้พัฒนาธุรกิจการค้าปลีกออนไลน์ในจีน โดยได้สร้างเครือข่ายคลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิขนาดเล็กตามจุดต่างๆ ใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะในการควบคุมสินค้าคงคลัง และจ้าง “Delivery Man” สำหรับขนส่งเนื้อสัตว์ และผักผลไม้จนถึงหน้าบ้านลูกค้าปลายทาง กลยุทธ์ในการขนส่งอาหารสดในจีนของ Walmart ในครั้งนี้ดูจะเข้าท่า เพราะอาหารสดถือเป็นด่านสำคัญของ e-commerce ในจีนที่บริหารจัดการได้ยาก อีกทั้งสัดส่วนการขายออนไลน์ของอาหารสดยังน้อยอยู่ (เป็นเพียงเศษเสี้ยวของมูลค่าอาหารสดทั้งตลาด 4.6 ล้านล้านหยวน หรือราวๆ 695 พันล้านดอลล่าร์) Walmart พยายามจะตีตลาดของจีน ด้วยการทดลองเปลี่ยนสินค้าและร้านค้ากว่า 400 รายเป็นระยะๆ เพื่อตอบโจทย์ความสะดวกสบายของลูกค้าที่ติดการใช้ smartphone มากกว่าการเดินไปซื้อของที่ร้านค้าด้วยตนเอง  แต่สัดส่วนการซื้ออาหารสดออนไลน์ของจีนเมื่อปีที่แล้วยังคงมีเพียง 2% เท่านั้น เพราะลูกค้าบางส่วนยังคงชอบที่จะเดินดูสินค้าและตัดสินใจซื้อเมื่อเห็นสินค้าจริงเท่านั้น (เพราะบางส่วนนึกไม่ออกว่าจะซื้ออะไรตราบเมื่อเห็นสินค้าตัวจริงที่ร้านค้าด้วย)

กำไรของอุตสาหกรรมอาหารสดทั่วโลกเป็นตัวเลขเพียงหลักเดียวเท่านั้น (ยังไม่รวมการคำนึงถึงต้นทุนในการขนส่งไปยังปลายทาง (Last-mile delivery) และปัจจัยอื่นๆที่จะทำให้สินค้าเน่าเสีย) ซึง Walmart คาดหวังว่าการเป็นหุ้นส่วนกับ JD.com ในครั้งนี้น่าจะทำให้สถานการณ์ของรายได้และกำไรของตนดีขึ้น เพราะ JD.com เป็น e-commerce platform ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของจีนและมีผู้ใช้งานกว่า 260 ล้านคนต่อเดือน  Walmart ถือหุ้นประมาณ 10% ของ JD.com จากการลงทุนราวๆ 50 ล้านเหรียญดอลล่าร์ใน Dada Application; โดยที่ Dada Application เป็นการทำ crowdsourcing สำหรับพนักงานส่งสินค้าทุกประเภทของเว็บไซต์ JD ขั้นตอนง่ายๆคือ ลูกค้าสั่งซื้อสินค้าผ่านทาง Application ของ JD ชื่อ “Daojia” หลังจากนั้นเพียง 1 ชั่วโมงสินค้าจะถูกจัดส่งถึงปลายทางโดยพนักงานส่งสินค้าที่ถูก assign จาก Dada Application นั่นเอง

หัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจของ Walmart ในครั้งนี้ ถูกเรียกว่า “Dark Store” นั่นคือ ร้านค้าสะดวกซื้อขนาดกระทัดรัดที่อยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ที่ขายสินค้ากว่า 1,500 รายการ ไม่ว่าจะเป็น กล้วย ซี่โครงหมู ติ่มซำแช่แข็ง หรือไก่สด  โดยพนักงานจะพิมพ์รายการคำสั่งซื้อของลูกค้าออกมาจากระบบ  หยิบสินค้าจากชั้นวาง ใส่สินค้าทั้งหมดตามออร์เดอร์ลงในถุง แล้วกดปุ่มเพื่อเรียกพนักงานขับรถส่งสินค้า ซึ่งพนักงานขับรถดังกล่าวจะเป็นผู้ใดก็ได้ ที่ทำสัญญาจ้างกับ Walmart ซึ่งรวมถึง คนขับรถ uber หรือแม้แต่มอเตอร์ไซด์รับจ้างด้วย โดยขั้นตอนทั้งหมดห้ามใช้เวลาเกิน 10 นาที มิฉะนั้นจะไม่สามารถส่งสินค้าได้ทันภายใน 1 ชั่วโมง

ในขณะที่ ชั้นวางสินค้าจะถูกเติมสินค้าเพื่อ stock ไม่ให้สินค้าขาดตลาด โดยกลุ่มสินค้าและปริมาณจะขึ้นกับประวัติการสั่งซื้อของลูกค้าในแต่ละพื้นที่  ตัวอย่างเช่น เขตพื้นที่ตอนเหนือของจีน จะต้องตุนวัตถุดิบสำหรับทำซุปไว้ในฤดูหนาว เป็นต้น ซึ่งจะมีการ update สินค้าคงคลังทุกๆ 4 อาทิตย์ และข้อมูลความต้องการอาหารสดแต่ละรายการนั้นทำให้ Walmart สามารถวางแผน stockของสินค้าได้อย่างถูกต้องแม่นยำมากขึ้น Walmart เชื่อว่าการทำธุรกิจออนไลน์ที่ดีจะส่งผลต่อการทำร้านค้าแบบออฟไลน์ที่ดีขึ้นด้วยเช่นกัน โดยภายในสิ้นปีนี้ ร้าน Walmart กว่า 161 แห่งจะให้บริการส่งสินค้าภายใน 1 ชั่วโมงไปยังลูกค้าปลายทางทิ่อยู่ในระยะทางไม่เกิน 3 กิโลเมตรจากร้าน Walmart แต่ในขณะเดียวกัน ก็จะมีการตั้ง “Dark Store” (ร้านขนาดย่อม) ที่อยู่ไกลกว่า 3 กิโลเมตรจากร้าน Walmart  เพื่อให้ครอบคลุมลูกค้าที่ต้องการซื้อและได้รับสินค้าภายใน 1 ชั่วโมงด้วยเช่นกัน

ความพยายามของ Walmart กำลังผลิดอกออกผลอย่างสวยงาม โดย Quarter ที่ 3 สามารถทำยอดขายในจีนได้เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน เนื่องจากการขนส่งภายใน 1 ชั่วโมงได้ขยายการบริการไปยังร้านค้าของ Walmart กว่า 140แห่ง อย่างไรก็ดี ทางด้านคู่แข่งอย่าง Alibaba ที่มีร้าน Supermarket อย่าง Hema ก็ให้บริการขนส่งสินค้าอย่างรวดเร็วเช่นกันแต่ไม่ได้ Guarantee เวลาที่แน่นอน ต่อมา Alibaba ได้ตัดสินใจซื้อหุ้น 36% มูลค่าประมาณ 2.9 พันล้านดอลล่าร์ ของบริษัท Sun Art Retail Group ผู้ดำเนินธุรกิจ Supermarket กว่า 400 แห่งทั่วประเทศจีน ซึ่งการลงทุนในครั้งนี้ทำให้ Alibaba กลายเป็น e-commerce platform ที่ใหญ่ที่สุดในธุรกิจ Supermarket ซึ่ง Walmart ยังคงต้องพยายามดำเนินธุรกิจอย่างมีกลยุทธ์ต่อไป เพื่อให้พ้นวิกฤตที่เผชิญอยู่ เพราะ Alibaba ยังมี “Alipay” ที่เป็น payment platform สนับสนุนและต่อยอดจากธุรกิจเดิมได้อย่างลงตัว และทุกก้าวที่  Alibaba เดินนั้นมักมีความหมายและผลกระทบต่อผู้เล่นในแต่ละธุรกิจอย่างแน่นอน

 

** ท่านสามารถ "Comment"(Log-in ก่อน) กด "Like" กด "Share" บทความนี้ไปที่ Facebook ได้เลย ***

 

เรียบเรียงโดย BLOG.SCGLogistics

อ้างอิงและรูปภาพจาก bloomberg.com, fortune.com, qz.com, wcpo.com, businessinsider.com, pexels.com

  • 2003
  • 0
  • previous
  • next