Blog

Go Green


บริษัทขนส่งจะทำอย่างไร กับปัญหา PM 2.5

  • กุมภาพันธ์ 06, 2019

________________________________________________________

เนื่องจากปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ได้สร้างผลกระทบทางสุขภาพ และ ความกังวลใจต่อทุก ๆ คนเป็นอย่างมาก SCG Logistics ในฐานะผู้ให้บริการด้านการขนส่ง ที่ต้องใช้รถ ใช้ถนน ก็ต้องมีแนวทางป้องกัน และ มาตรการเพื่อลดผลกระทบของ PM 2.5

________________________________________________________

มาดูตัวอย่างการการจัดการของ SCG Logistics ที่มีต่อปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 กันครับ

1. เรานำเอาะบบการจัดการทางด้านสิ่งแวดล้อม เรียกว่า SCG-EPAP (Environmental Performance Assessment Program) ตามแนวทาง Green Logistics มุ่งเน้นการขนส่งแบบประหยัดพลังงาน และ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งกิจกรรมการขนส่งของบริษัทฯ นั้น ได้คำนึงถึงการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดทั้ง Supply Chain ครอบคลุมทั้งกิจกรรมการขนส่งสินค้าทุกกิจกรรม ได้แก่ การดำเนินการขนถ่าย การจัดเก็บสินค้า จากต้นทาง เช่น โรงงาน ท่าเรือ หรือ ศูนย์กระจายสินค้า ไปจนถึงปลายทาง โดยใช้โมเดลการขนส่งแบบ Multi-Modal นั่นเอง และ
แบบ Cross Docking รวมถึงวางแผนการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ โดยอิงจากปริมาณการใช้น้ำมันพบว่า สัดส่วนการใช้น้ำมัน
ของเรือ 1 ลำ เท่ากับ รถบรรทุก 60 คัน

  • คือ การขนส่งที่ใช้หลายโหมดการขนส่ง เช่น การขนส่งร่วมกันระหว่างเรือและรถ  เป็นต้น
  • ระบบ Cross Docking คือการใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่เข้ามายังศูนย์กระจายสินค้า และใช้รถบรรทุกขนาดเล็ก
    ในการกระจายสินค้าออก 

2. กำหนดให้คู่ธุรกิจมีการทำ Daily Truck Inspection หรือ การตรวจสอบสภาพรถบรรทุกรายวัน และ ควบคุมคู่ธุรกิจให้มีระบบซ่อมบำรุงรักษาสภาพรถบรรทุก (Preventive Maintenance) และ การตรวจสอบ Cross Check โดย SCG Logistics อีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าสภาพความพร้อมในการปฏิบัติงานของรถบรรทุก และ อุปกรณ์ที่ใช้ในการขนส่ง ขนถ่ายอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอย่างปลอดภัยและเป็นมิตรต่อ
สิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานกำหนด

3. มีการฝึกอบรมหลักสูตร ECO Driving เน้นเรื่องการขับขี่ประหยัดพลังงาน และ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ หลักสูตรมาตรฐานการขนส่ง ขนถ่ายสินค้า ให้แก่คู่ธุรกิจเพื่อดำเนินกิจกรรมขนส่ง ขนถ่ายสินค้าอย่างถูกต้อง ปลอดภัย ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ตัวอย่างการดำเนินการ เพื่อบรรเทาปัญหามลภาวะในเขตพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล

1. ลดปริมาณการขนส่งโดยรถบรรทุกขนาดใหญ่ ในการกระจายสินค้าเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล โดยเพิ่มสัดส่วนการขนส่งทางน้ำมากขึ้น (Multi-Modal) และ เพิ่มสัดส่วนการกระจายสินค้าในรูปแบบ Cross Docking

2. ขอความร่วมมือคู่ธุรกิจ ห้ามจอดรถติดเครื่องยนต์ โดยจะติดตามแจ้งเตือนและควบคุมอย่างเข้มงวดผ่านห้อง Logistics Command Center (LCC) หรือ Control Room สำหรับติดตามรถบรรทุกตลอด 24 ชั่วโมง

3. จัดทีม Mobile Truck Inspection เพื่อทำการตรวจติดตามสภาพรถบรรทุกที่ไม่พร้อมใช้งาน และ พิจารณาให้ใบแดง เพื่องดจ่ายงาน
กรณีสภาพรถไม่พร้อมใช้งานตามข้อกำหนด

 

เรียบเรียงโดย BLOG.SCGLogistics

อ้างอิงและรูปภาพจาก downtoearth.org.in , Freepix.com

  • 385
  • 0
  • previous