Blog

New Trend/ Innovation


3 เทรนด์ Supply Chain ที่น่าจับตามองในปี 2019

  • มกราคม 08, 2019

-------------------------------------------------------------------------------------------------------

เมื่อเทคโนโลยี และ การขนส่ง เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของ Supply Chain
 จากปี 2018 ที่เราจะเห็นหลาย ๆ บริษัทมามุ่งเน้นเรื่อง Visibility และ การสื่อสารระหว่างกันแบบ
Real Time แต่เมื่อเข้าสู้ปี 2019 ถึงเวลาที่เราจะต้องเตรียมพร้อมต่อความเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ    
ที่น่าสนใจ และ สามารถส่งผลกระทบต่อ Supply Chain ของธุรกิจได้

-------------------------------------------------------------------------------------------------------

1. ยุคแห่ง Big Data

       จากปี 2018 ที่เราเห็นหลายต่อหลายบริษัท นำเอา Big Data เข้ามาใช้ในการวิเคราะห์ระบบการขนส่งของตัวเอง
แต่ในปี 2019 นี้ Big Data จะเข้ามามีบทบาทในการ Optimize การจัดสรรทรัพยากรในการทำงานมากขึ้น แต่รู้แล้ว
อย่าหลับหูหลับตา ใครบอกว่าดีก็เอามาใช้กันนะครับ กุญแจสำคัญคือต้องเชื่อมั่นใจกระบวนการทำงานที่เราทำอยู่
และ ประสบการณ์ของเรา แต่ขณะเดียวกันก็ค่อย ๆ นำเอา  Big Data เข้ามาวิเคราะห์เพื่อให้เราพบปัญหาเชิงลึกที่ซ่อน
อยู่ใน Supply Chain ของเราได้ วิธีการนี้ จะทำให้คนในองค์กรค่อย ๆ ปรับตัวได้ (minor change) ให้เข้ากับเทรนด์
ของโลกได้ ดีกว่าการเปลี่ยนแปลงอย่างกระทันหันซึ่งมีความเสี่ยงสูงกว่า (major change)

2. การใช้ Blockchain เพื่อเพิ่มความโปร่งใสใน Supply Chain

       ใน 2 – 3 ปีที่ผ่านมา Blockchain ได้ถูกพูดถึง และ มีผู้คนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ถึงแม้ว่าจะมีหลาย ๆ คนยังไม่เข้าใจว่ามันใช้ทำอะไรได้บ้าง ในปี 2019 นี้เทคโนโลยี Blockchain จะส่งผลกระทบต่อ Supply Chain อย่างมหาศาล
เพราะสามารถช่วยลดความซับซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพ และ ความโปร่งใสใน Supply Chain

ยกตัวอย่างเช่น

การทำธุรกรรมทางการเงินจะง่ายขึ้น และ ปลอดภัยมากขึ้น เมื่อจ่ายผ่าน Blockchain เพราะว่าข้อมูลต่างๆจะถูกเก็บรวบรวมไว้ในหลาย ๆ ระบบ รวมถึงมีการเข้ารหัสไว้ การจะแก้ไขข้อมูลใน Blockchain จะต้องได้รับการยืนยันจากระบบส่วนใหญ่ก่อน ซึ่งส่งผลให้การทำธุรกรรมมีความปลอดภัยและรวดเร็วมากขึ้น (ไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้
แต่ต้องได้รับการ Approve จากหลาย ๆ ระบบถึงจะสามารถเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้)

              เราจะข้อมูลเชิงลึกของผลิตภัณฑ์ เพราะ Blockchain จะทำการบันทึกข้อมูลของสินค้า หรือ วัตถุดิบ ไว้เพื่อให้
ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบได้ เช่น สินค้าเกษตร เราก็จะรู้ได้เลยว่า สินค้ามาจากฟาร์มชื่ออะไร อยู่ที่ไหน เจ้าของฟาร์ม
คือใคร มีมาตรฐานการอะไร เป็นต้น

 

3. การขนส่งแบบรวมเที่ยวยังคงได้รับความนิยม

       ใน 2 – 3 ปีที่ผ่านมา เราจะเห็นว่าระบบโลจิสติกส์ จะหันมาให้บริการแบบ Consolidation หรือ การขนส่งแบบรวมเที่ยวกันมากขึ้น (การขนส่งสินค้าหลาย ๆ SKU รวมลงไปในรถ 1 คัน เพื่อขนส่งไปยังหลาย ๆ ปลายทาง)
แต่ในปี 2019 ผู้ให้บริการขนส่งแบบนี้จะลดเหลือน้อยลง แต่ที่เหลืออยู่จะเป็นผู้ให้บริการรายใหญ่ที่เติบโตขึ้น หรือ ร่วมมือกันกับผู้ให้บริการรายอื่น ๆ เพื่อยกระดับการให้บริการ และ สามารถแข่งขันได้ ซึ่งจะมีการให้บริการลูกค้าที่ดีขึ้น เป็น
One Stop Service ที่ติดต่อเพียงที่เดียว สามารถทำกิจกรรมด้านโลจิสติกส์ได้ตั้งแต่ต้นจนจบ

 

สรุปสั้น ๆ ได้เลยว่า ในปี 2019 ถือเป็นที่แห่งการเปลี่ยนแปลงและการเติบโตของ Supply Chain ของโลก แน่นอนว่าใครสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้ ก็จะสามารถปรับปรุงการให้บริการ และ มีนวัตกรรมใหม่ ๆ ในการให้บริการ
ที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น และ ดีกว่าผู้ให้บริการรายอื่น ๆ

 

เรียบเรียงโดย BLOG.SCGLogistics

อ้างอิงและรูปภาพจาก expaklogistics.com, freepik.com

  • 1193
  • 0
  • previous
  • next